“ตัด...ตัดมือเหรอ???”
หานซานเถียวเบิกตากว้าง มองเซียวจ้านอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะกระซิบเตือนว่า “คุณเซียว คุณอาจไม่รู้ สามตระกูลใหญ่มีอิทธิพลในเขตใต้เมืองมากจริง ๆ แถมมีบอดี้การ์ดอยู่ใต้สังกัดเยอะมาก”
“อย่างน้อยก็หลายร้อยคน!”
“อีกอย่าง คุณชายเฉินเส้าฮุยแห่งตระกูลเฉินเป็นรองประธานสมาคมศิลปะการต่อสู้แห่งเฉวียนเฉิง สมาชิกในสมาคมสนิทสนมกับสามคุณชายทองคำมาก ทุกคนเป็นแชมป์มวยสากลหรือไม่ก็ยอดฝีมือเทควันโด สรุปคือเก่งมาก อย่าไปหาเรื่อง...”
เซียวจ้านไม่สนใจคำข่มขู่ของหลิวจื่ออ๋าง ทำให้หานซานเถียวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่าเซียวจ้านจะเหี้ยมขนาดนี้ แค่พูดไม่เข้าหูก็จะตัดมือกันแล้ว!
นั่นมือของหลิวจื่ออ๋าง มือของจางเฟยหู่ มือของสามคุณชายทองคำเชียวนะ!
คิดจะตัดเล่น ๆ หรือไง?
ตอนนี้หานซานเถียวหันหลังให้ความชั่วแล้วเลือกยืนข้างความถูกต้อง หักหลังสามคุณชายทองคำและติดตามเซียวจ้าน ต่อให้ไม่คิดถึงความปลอดภัยของเซียวจ้าน เขาก็ต้องคิดถึงตัวเองอยู่ดี อย่างไรเสียเขาก็หากินอยู่แถบเขตใต้เมืองมาตลอด สิ่งที่เขารู้และเห็นมาคือ สามตระกูลใหญ่เป็นดั่งฟ้าและราชาแห่งเขตใต้เมือง!
สายตาและประสบการณ์ของคนเรากำหนดความสูงส่งและขอบเขตความคิด!
กบในกะลาย่อมไม่รู้ว่าฟ้าสูงเพียงใด!
“กลัวแล้วหรือ?”
เซียวจ้านหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าเผยความไม่พอใจ หากเป็นลูกน้องเก่าของเขา คงไม่มีใครกล้าสงสัยคำสั่งแม้แต่น้อย ทันทีที่สิ้นเสียง มือของหลิวจื่ออ๋างกับจางเฟยหู่ก็ควรหล่นลงพื้นไปแล้ว
คำสั่งทหารดุจขุนเขา!
ส่วนหานซานเถียวกับพวกก็แค่พวกนักเลงข้างถนน เห็นได้ชัดว่าไม่มีความสำนึกและความกล้าเช่นนั้น
“กะ...กลัวนิดหน่อยครับ”
หานซานเถียวตอบอย่างกระอักกระอ่วน “ผมกลัว...”
