“พรวด!”
ซุนจื่ออี๋เห็นดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ “มู่ชิว รีบดูเร็ว ดูสิ นั่นรถที่เขาเพิ่งซื้อมาเหรอ? มิน่าล่ะถึงใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง...”
“ฮ่า ๆ ๆ ขำจนจะตายแล้ว”
ซูมู่ชิวขมวดคิ้ว แล้วหันไปมองเซียวจ้านตามอีกคน เห็นเซียวจ้านก้าวยาว ๆ ไปหยุดอยู่หน้ารถเบนท์ลีย์มูซานคันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกล ก่อนจะวางกระสอบใบใหญ่สองใบที่แบกอยู่บนบ่าลง
ข้างรถเบนท์ลีย์มูซาน มีรถสามล้อไฟฟ้าคันใหม่เอี่ยมจอดอยู่
เห็นได้ชัดว่าซุนจื่ออี๋มองแวบเดียวก็ปักใจเชื่อว่ารถสามล้อไฟฟ้าคันนั้นคือรถที่เซียวจ้านเพิ่งซื้อมา
ไม่ใช่แค่เธอ ซูมู่ชิวก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
“ดูท่าเขาจะไม่มีเงินจริง ๆ...”
ซูมู่ชิวถอนใจเงียบ ๆ สีหน้าไม่ค่อยดีนัก เธอฝืนยิ้มบาง ๆ แล้วอธิบายว่า “แค่ขนเสื้อผ้านิดหน่อย ซื้อรถสามล้อก็พอแล้ว ทั้งประหยัดทั้งคุ้มค่า”
“พอเถอะน่า”
ซุนจื่ออี๋กลอกตา “มู่ชิว ท่าทีเธอไม่ถูกนะ มีสามีผลาญเงินแบบนี้ แค่ต้องการรักษาหน้า ถึงกับใช้เงินในบัตรจนเกลี้ยงในคราวเดียว ถ้าเป็นฉันนะ ฉันถลกหนังเขาแน่!”
“เธอยังพูดแทนเขา ปกป้องเขาอีกเหรอ?”
จู่ ๆ ซุนจื่ออี๋ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วร้องเสียงหลง “สวรรค์! เธอคงไม่ได้ตาถั่วไปชอบเขา แถมหวั่นไหวกับเขาแล้วหรอกนะ???”
“ไม่มีสักหน่อย อย่าพูดเหลวไหล!”
ใบหน้าสวยของซูมู่ชิวแดงระเรื่อ เธอถลึงตาใส่ซุนจื่ออี๋แล้วเอ่ยอย่างงอน ๆ ว่า “ฉันแค่คิดว่าฉันกับเขาไม่ได้เป็นญาติอะไรกัน ถึงจะหมั้นกันแล้วก็ไม่ได้มีพื้นฐานความรู้สึกต่อกัน เขาไม่มีหน้าที่ต้องดีกับฉันขนาดนี้ ส่วนฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิเขา”
