“จบแล้วหรือ?”
เฉินเส้าฮุยถามตรง ๆ เขาคิดไปเองว่าทางเฉินจงเหอคงเจรจากับกลุ่มบริษัทตระกูลซูเสร็จแล้ว จึงโทรมาเรียกให้เขากลับไปด้วยกัน
“คุณชายรอง กลุ่มบริษัทตระกูลซูเกิดเรื่องแล้วครับ”
เสียงชายวัยกลางคนฟังดูเคร่งเครียดดังมาจากโทรศัพท์ “เมื่อสิบนาทีก่อน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่าร้อยคนบุกเข้าไปในกลุ่มบริษัทตระกูลซู ได้ยินจากคนที่หนีออกมาว่าพวกนั้นเป็นคนของบริษัทตระกูลจ้าว บริษัทเทคโนโลยีหลี่ถัง และบริษัทวัสดุก่อสร้างเซิ่งหลง โดยมีจ้าวหย่งหรง หลี่ลี่สิง และหวังจื้อเทานำทีมมาด้วยตัวเอง เห็นอะไรก็ทุบ ตอนนี้กำลังก่อเรื่องอยู่ข้างใน...”
“หือ?”
เฉินเส้าฮุยหรี่ตาลงด้วยความตกใจ ก่อนถามว่า “พ่อผมล่ะ?”
“นายท่านยังติดอยู่ข้างในครับ ยังออกมาไม่ได้”
ชายวัยกลางคนพูดอย่างเป็นกังวล “คนพวกนั้นมาไม่ดี ตอนนี้ปิดทางเข้าออกกลุ่มบริษัทตระกูลซูหมดแล้ว ผมเข้าไปไม่ได้ นายท่านอยู่คนเดียว เกรงว่าจะเกิดอันตราย รีบมาที่นี่หน่อยครับ”
“ได้!”
เฉินเส้าฮุยหน้าเขียวคล้ำ
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นแค่การเจรจาธุรกิจธรรมดา จึงไม่ได้ไปด้วย แต่ฉวยโอกาสออกมาเดตกับซุนจื่ออี๋ ใครจะคิดว่าจ้าวหย่งหรงกับพวกจะกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นพาคนไปอวดอำนาจถึงกลุ่มบริษัทตระกูลซูกลางวันแสก ๆ
แถมยังขังเฉินจงเหอไว้ข้างในอีก!
“จื่ออี๋!”
หลังวางสาย เฉินเส้าฮุยเรียก “ผมมีธุระด่วน ต้องรีบไปจัดการก่อน ไว้ค่อยติดต่อกัน...”
ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็หันหลังเดินออกไป
