ตรวจดูเหรอ?
ตรวจอะไร?
ไม่ใช่แค่ตาที่มองไม่เห็น ตอนนี้สมองของซูมู่ชิวก็เหมือนค้างไปแล้วเช่นกัน จิตใจเลื่อนลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายหยิบปากกาอีกด้ามยื่นมาให้ “ถ้าคุณซูยินดีรับข้อเสนอเข้าทำงานกับเรา กรุณาเซ็นชื่อในสัญญาจ้างด้วยครับ”
ผ่านไปครู่ใหญ่ ซูมู่ชิวถึงค่อยได้สติ
เธอก้มมองสัญญาจ้างในมือผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย แต่ไม่ได้เอื้อมไปรับและไม่ได้รีบร้อนเซ็นชื่อ กลับเงยหน้ามองหลี่เฟยแล้วถามว่า “คุณเลขาหลี่ใช่ไหม? แน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อฉันเล่น???”
“แน่นอนค่ะ”
หลี่เฟยยิ้มพลางพยักหน้า “คนที่ฉันรอให้มารับตำแหน่งประธานคนใหม่ก็คือคุณ ฉันจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นได้ยังไง คุณซูกำลังสงสัยในความสามารถและความเป็นมืออาชีพของฉันหรือคะ?”
“มะ...ไม่ใช่...”
ซูมู่ชิวขมวดคิ้ว “แต่เรื่องนี้...ทำไมล่ะ? พวกคุณจ้างฉันทำไม?”
นี่ก็เป็นคำถามที่ทุกคนสงสัยเหมือนกัน
ซูเหวินเฉาแทบจะร้องไห้ออกมา
กระทั่งถึงตอนนี้ ในที่สุดเขาก็เชื่อว่าซูมู่ชิวไม่ได้เสแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาเมื่อครู่ แต่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานจริง ๆ และยิ่งไม่รู้ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น!
ทว่าผลลัพธ์เช่นนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้โกรธแค้นและอิจฉาจนแทบทนไม่ไหว!
ทำไมกัน? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้???
พ่อลูกอย่างพวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใช้ทั้งกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยมเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้สืบทอดกลุ่มบริษัทตระกูลซูมาตลอดหลายปี ถึงขั้นไม่เลือกวิธีการ แต่ท้ายที่สุดกลับพลาดพลั้งในช่วงสุดท้าย ทุกสิ่งสูญเปล่าเหมือนตักน้ำใส่กระบุง
ส่วนซูมู่ชิวกลับได้สวมเสื้อคลุมเหลืองขึ้นครองบัลลังก์ ทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย พลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือโดยไม่ต้องออกแรง กลายเป็นประธานคนใหม่ของกลุ่มบริษัทตระกูลซูไปเสียอย่างนั้น
หากไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด!
ซูเหวินเฉาไม่ยอมรับ!
เขาจึงเงยหน้าขึ้น จ้องหลี่เฟยด้วยแววตาเคียดแค้นสุดขีด ตั้งใจฟังคำตอบของเธอ
“ขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะค่ะ”
หลี่เฟยยกมุมปากยิ้ม “พนักงานทุกคนของบริษัทเข้างานก่อนเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพิธีต้อนรับวันนี้ ตอนนี้ทุกคนกำลังรออยู่ที่นั่น”
