แดนเทพเก้าสวรรค์ ตั้งอยู่เหนือแดนมนุษย์และแดนวิญญาณ เป็นแดนยุทธ์ชั้นสูงสุด สถานที่ที่ผู้คนในแดนมนุษย์ไม่อาจเอื้อมถึง
ส่วนหกเทียนจุน ก็คือจ้าวแห่งแดนเทพเก้าสวรรค์
อวิ๋นเทียนจุนคือหนึ่งในนั้น
เซียวอวิ๋นไม่คิดว่าตนจะบดขยี้วิญญาณของอวิ๋นเทียนจุนได้ แม้วิญญาณของอวิ๋นเทียนจุนใกล้ดับสูญสิ้นแล้ว แต่อย่างไรเขาก็เป็นจ้าวแห่งแดนเทพเก้าสวรรค์ อูฐที่อดอยากยังใหญ่กว่าม้า
หากเป็นคนอื่น อวิ๋นเทียนจุนคงยึดครองร่างของอีกฝ่ายไปนานแล้ว แต่เคราะห์ร้ายที่เขามาพบกับเซียวอวิ๋น เด็กหนุ่มที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง
ภายใต้ความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด เซียวอวิ๋นปลดปล่อยศักยภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนเข้าต่อกรกับวิญญาณของอวิ๋นเทียนจุน บดขยี้วิญญาณของเขาจนแหลกสลาย
“ที่แท้ข้าอยู่ในหลีโจว หนึ่งในเจ็ดแคว้นของแดนมนุษย์ หลีโจวกว้างยาวหมื่นลี้ ปกครองโดยต้าฉานหวงเฉา มีเมืองหลวงหนึ่งแห่ง เมืองหลักหกแห่ง สิบเก้าสำนักกระจายอยู่ทั่ว หนึ่งร้อยสิบเจ็ดอาณาจักรตั้งอยู่ในเขตของหวงเฉา”
“สำนักเทียนหลัวและบ้านเกิดของข้าแคว้นเยียนอยู่ทางตะวันออกของหลีโจว นอกจากสำนักเทียนหลัวแล้ว ยังมีอีกสี่สำนักและสิบสี่อาณาจักรในภาคตะวันออก”
ความทรงจำของอวิ๋นเทียนจุนทำให้เซียวอวิ๋นเปิดโลกทัศน์กว้างไกล
นี่เป็นเพียงแดนมนุษย์เท่านั้น แดนวิญญาณที่ใหญ่กว่า และแดนเทพเก้าสวรรค์ยิ่งงดงามตระการตา ทำให้เซียวอวิ๋นเผยแววตาเปี่ยมด้วยความปรารถนา
เซียวอวิ๋นค้นพบสาเหตุที่อวิ๋นเทียนจุนตกต่ำจนเหลือเพียงวิญญาณอย่างรวดเร็ว ที่แท้เป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทานอย่างหนึ่ง —— แดนลับยุคบรรพกาล
อวิ๋นเทียนจุนได้มาโดยบังเอิญจากนอกภพ
เพื่อเปิดแดนลับยุคบรรพกาล อวิ๋นเทียนจุนทุ่มเททั้งชีวิต ไม่ลังเลที่จะสูญเสียจิตใจและระดับพลัง ใช้เวลาถึงร้อยปีเต็ม จึงเปิดแดนลับยุคบรรพกาลได้
ยังไม่ทันดีใจ อวิ๋นเทียนจุนก็ถูกศิษย์ใหญ่หงเหลียนและพรรคพวกทรยศและลอบทำร้าย
ขณะบาดเจ็บสาหัสใกล้ตาย อวิ๋นเทียนจุนระเบิดร่างยุทธ์เทียนจุน ท้ายที่สุดแดนลับยุคบรรพกาลบรรทุกวิญญาณของเขาจมสู่ความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด
เดิมที วิญญาณของอวิ๋นเทียนจุนจะสลายไปตามความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด แต่เพราะความยึดมั่นแรงกล้าของเซียวอวิ๋นได้ทะลวงผ่านความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุดนั้น
อวิ๋นเทียนจุนซึ่งถูกทรยศเช่นเดียวกันสัมผัสถึงความยึดมั่นของเซียวอวิ๋น จึงติดตามความยึดมั่นนั้นพาแดนลับยุคบรรพกาลทะยานออกจากความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด
ในที่สุด วิญญาณของอวิ๋นเทียนจุนก็สู้เซียวอวิ๋นไม่ได้ วิญญาณแตกสลายดับสูญ ส่วนแดนลับยุคบรรพกาลก็หลอมรวมเข้ากับร่างของเซียวอวิ๋น
แดนลับยุคบรรพกาล...
เซียวอวิ๋นรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวในใจ จิตใจพลันถูกดึงออกมา แล้วพุ่งเข้าสู่ห้วงอวกาศลึกลับและมืดมิดแห่งหนึ่ง
“นี่คือแดนลับยุคบรรพกาลหรือ?” เซียวอวิ๋นมองไปรอบทิศ นอกจากความว่างเปล่าแล้ว ไม่มีสิ่งใดอีก แต่ในส่วนลึกกลับปรากฏกลิ่นอายล้ำลึกออกมา
ผ่านความทรงจำของอวิ๋นเทียนจุน เซียวอวิ๋นรู้ถึงสรรพคุณของแดนลับยุคบรรพกาลแล้ว นั่นคือสามารถประจักษ์ต้นกำเนิดแห่งวิทยายุทธ์
พันชั่งหมัด!
เซียวอวิ๋นชกหมัดออกไป
เงาหมัดนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น ทุกเงาล้วนแตกต่างกัน เงาหมัดแรกสุดอยู่ในขั้นเข้าใจพื้นฐาน แล้วจึงเป็นขั้นเล็ก สำเร็จใหญ่ ไปจนถึงขั้นบรรลุถึงขีดสุด
ขั้นบรรลุถึงขีดสุดในตอนท้าย ก้าวข้ามขอบเขตของวิทยายุทธ์พื้นฐานไปแล้ว เทียบเท่าวิทยายุทธ์ระดับเหลืองชั้นล่างขั้นสำเร็จใหญ่
เซียวอวิ๋นออกหมัดตามแนววิถีของเงาหมัด ใช้พลังเช่นเดิม แต่พลังทำลายล้างกลับรุนแรงกว่าเดิม
ออกหมัดตามแนววิถีเงาหมัดต่อไป เซียวอวิ๋นพบว่าหมัดหนึ่งรุนแรงกว่าหมัดหนึ่ง ส่วนการรับรู้และความเข้าใจในพันชั่งหมัดของตนก็ลึกซึ้งขึ้นทุกขณะ
ความรู้สึกก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นนั้น ทำให้เซียวอวิ๋นรู้สึกปลอดโปร่งอย่างยิ่ง
ออกหมัดไม่หยุด เซียวอวิ๋นหยั่งรู้ไม่ขาด
หลังออกหมัดหนึ่งหมื่นครั้ง กระแสหมัดของเซียวอวิ๋นก็เกิดเสียงคลื่นซัดสาด
ขั้นสำเร็จใหญ่แล้ว...
หมัดที่หนึ่งหมื่นหนึ่งของเซียวอวิ๋นระเบิดออก เกิดความรู้สึกมีพลังดั่งพันชั่ง
“หนึ่งเค่อ จากขั้นเข้าใจพื้นฐานก็บรรลุขั้นสำเร็จใหญ่...” เซียวอวิ๋นสูดลมหายใจลึก พันชั่งหมัดคือวิทยายุทธ์พื้นฐานของสำนักเทียนหลัว อยู่ในประเภทเรียนรู้ง่ายแต่เชี่ยวชาญยาก เซียวอวิ๋นฝึกฝนมาสามปี ก็เพียงแค่บรรลุขั้นเข้าใจพื้นฐาน
หากก้าวหน้าตามขั้นตอนปกติ การจะถึงขั้นสำเร็จใหญ่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปี
วิทยายุทธ์พื้นฐานที่ต้องใช้เวลาสามปีจึงจะสำเร็จใหญ่ ในแดนลับยุคบรรพกาลใช้เพียงหนึ่งเค่อก็สำเร็จแล้ว เซียวอวิ๋นถึงตอนนี้จึงตระหนักว่าเหตุใดอวิ๋นเทียนจุนจึงยอมตายเพื่อปกปักรักษาแดนลับยุคบรรพกาล หากมีสิ่งนี้แล้ว เวลาที่ใช้ไปบนเส้นทางบำเพ็ญยุทธ์จะสั้นลงอย่างมาก
อนาคต มีหวังได้ทะยานถึงจุดสูงสุดของยุทธภพ...
เซียวอวิ๋นถอนจิตออกจากแดนลับยุคบรรพกาล ไม่ใช่ไม่อยากฝึกต่อ แต่เพราะเวลาเหลือไม่มาก ต้องรีบออกไป
อีกหนึ่งเค่อ เรือเมฆาก็จะออกเดินทาง
หากเซียวอวิ๋นถูกส่งตัวกลับแคว้นเยียน แล้วกลับมายังสำนักเทียนหลัวอีกครั้ง ต้องใช้เวลาไปกลับอย่างน้อยสามเดือน
เมล็ดพันธุ์ภูติยุทธ์ถูกชิงไป ภายในสามเดือนสามารถเรียกคืนได้
เซียวอวิ๋นจำเป็นต้องชิงเมล็ดพันธุ์ภูติยุทธ์กลับคืนภายในสามเดือน ดังนั้นจึงต้องอยู่ในสำนักเทียนหลัว
“ทะเลปราณของข้าแตกสลายไปเจ็ดส่วน ฟื้นฟูยากยิ่ง แทนที่จะเก็บไว้ สู้บดทำลายเสียให้สิ้น เก็บทะเลปราณที่สมบูรณ์สามส่วนไว้” เซียวอวิ๋นตัดสินใจอย่างเด็ดขาด แล้วหมุนเวียนปราณแท้ในร่าง
ตูม!
ปราณแท้หมุนเวียน ทะเลปราณส่วนที่แตกสลายถูกบดเป็นผุยผง เมื่อหมุนเวียนครบรอบ ทะเลปราณก็เหลือเพียงสามส่วนที่สมบูรณ์
“เดิมทีระดับลมปราณขั้นเก้า ตอนนี้เหลือเพียงขั้นสี่...” เซียวอวิ๋นไม่รู้สึกเสียดาย ด้วยพื้นฐานที่เขามีตอนนี้ ไม่นานก็จะฟื้นพลังได้
ปราณแท้หมุนเวียนผ่าน เลือดคั่งในอวัยวะภายในที่บวมช้ำถูกขับออกมา อาการบาดเจ็บของเซียวอวิ๋นดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
เซียวอวิ๋นลุกขึ้นเดินไปนอกประตูห้อง
“หยุด!” ศิษย์ลับที่เฝ้าหน้าห้องขวางเซียวอวิ๋นไว้
“ข้าขอพบจือซื่อ” เซียวอวิ๋นกล่าว
“เซียวอวิ๋น เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นศิษย์ลับอันดับห้าของตำหนักเทียนจีอยู่อีกหรือ? ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงไอ้ขยะ กลับไปเสียเถอะ จือซื่อไม่มีทางพบเจ้า” ศิษย์ลับเฝ้าประตูตอบเสียงขุ่น
ความจริงแล้วตราบใดที่เรือเมฆายังไม่ออกเดินทาง หากศิษย์ที่ถูกส่งกลับมีธุระก็สามารถเข้าพบจือซื่อได้ เพียงแต่ศิษย์ลับเฝ้าประตูขี้เกียจไปรายงาน อีกทั้งเซียวอวิ๋นหมดสภาพแล้ว ศิษย์ลับรู้สึกว่าเซียวอวิ๋นรังแกได้ จึงจงใจขัดขวาง
เวลาเร่งรีบ เซียวอวิ๋นขี้เกียจพูดมากกับศิษย์ลับเฝ้าประตู ก้าวเดินจากไป
“กล้าดียังไง? กลับไปซะ!”
ศิษย์ลับเฝ้าประตูเดือดดาล กระบองเหล็กในมือฟาดเข้าใส่เซียวอวิ๋นอย่างแรง ระดับลมปราณขั้นห้า บวกกับพลังของกระบองเหล็ก หากโดนเข้า คงต้องกระดูกหักเป็นแน่
พันชั่งหมัด!
เซียวอวิ๋นชกหมัดใส่กระบองเหล็ก กระบองเหล็กบุบบี้ ศิษย์ลับร้องเสียงอู้อี้ ทั้งคนทั้งกระบองกระเด็นล้มลงกับพื้น
“คราวหน้าข้าจะไม่ละเว้นเจ้า” เซียวอวิ๋นพูดจบก็ทะยานตัวจากไป
ศิษย์ลับเฝ้าประตูกุมหน้าอก หน้าซีดเซียว เดิมทีแค่คิดจะสั่งสอนไอ้ขยะเซียวอวิ๋น แต่กลับถูกสั่งสอนเสียเอง
เขาไม่ใช่หมดสภาพแล้วหรือ?
ทำไมยังมีพลัง?
ศิษย์ลับเฝ้าประตูไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าไปหาเรื่องเซียวอวิ๋นอีก
จือซื่อร่างท้วมที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือเห็นการลงมือของเซียวอวิ๋นทั้งหมด เขาไม่ได้เข้าไปห้าม แต่หรี่ตามองเซียวอวิ๋นเดินเข้ามา
“กล้าทำร้ายศิษย์ตำหนักเทียนจีของข้าต่อหน้าข้า ต้องถูกลงโทษอย่างหนัก” จือซื่อร่างท้วมกล่าวเสียงทุ้ม
“ท่านจือซื่อจะลงโทษข้าได้ แต่ขอให้ข้ากล่าวอะไรสักสองสามประโยคก่อนได้หรือไม่?” เซียวอวิ๋นสงบนิ่งประสานมือคารวะ
“ว่ามา” จือซื่อร่างท้วมมองเซียวอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเซียวอวิ๋นจะสงบนิ่งถึงเพียงนี้
“ท่านจือซื่อจะตีหรือฆ่าข้า เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ท่านสั่งสอนข้า ข้าไม่มีอะไรจะพูด แต่หากท่านยินดีปล่อยข้า และให้ข้ากลับสู่ศิษย์ลับอีกครั้ง ข้ายินดีติดค้างท่านจือซื่อหนึ่งบุญคุณ” เซียวอวิ๋นกล่าวจริงจัง
“บุญคุณของเจ้า?”
จือซื่อร่างท้วมมองเซียวอวิ๋นขึ้นลงแล้วหัวเราะเย็น “ทะเลปราณพังไปเจ็ดส่วน เหลือเพียงสามส่วน ทั้งระดับพลังยังร่วงลงถึงระดับลมปราณขั้นสี่ ต่อให้เจ้ากลับไปตำหนักเทียนจี ด้วยสภาพตอนนี้ของเจ้า ยังจะมีโอกาสเข้าศิษย์ในได้อีกหรือ?”
“ไม่ลองดู จะรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่อาจกลับเข้าศิษย์ใน?” เซียวอวิ๋นกล่าว
“ลองดู?”
จือซื่อร่างท้วมมองเซียวอวิ๋นลึกซึ้ง ก่อนกล่าวว่า “เจ้าแข็งแกร่งกว่าพวกไอ้ขยะที่หลบอยู่ในห้องเสียอีก อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ยอมแพ้ เอาล่ะ ข้าจะให้โอกาสเจ้า นี่คือป้ายประจำตัวศิษย์ลับ รับไปเสีย” พูดจบก็โยนป้ายออกมาหนึ่งอัน
“ขอบคุณท่านจือซื่อ บุญคุณนี้เซียวอวิ๋นจะจดจำ” เซียวอวิ๋นประสานมือคารวะ
“ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ รีบไสหัวไปเสีย” จือซื่อร่างท้วมโบกมือโดยไม่หันกลับมา
เซียวอวิ๋นไม่พูดพร่ำอีก รีบกระโดดลงจากเรือเมฆา
ขณะนั้น เรือเมฆาออกเดินทางแล้ว จือซื่อร่างท้วมที่อยู่ด้านบนหรี่ตามองเซียวอวิ๋นก้าวยาว ๆ มุ่งสู่ประตูสำนักเทียนหลัว ที่ยอมมอบป้ายประจำตัวให้เซียวอวิ๋น ก็เพราะหมัดที่เซียวอวิ๋นออกไปเมื่อครู่นั่น
กระแสหมัดดั่งคลื่น พลังประดุจพันชั่ง
นี่คือลักษณะของพันชั่งหมัดขั้นสำเร็จใหญ่
คนที่เข้าสำนักแค่สามปีก็ฝึกพันชั่งหมัดจนถึงขั้นสำเร็จใหญ่นั้นมีน้อยมาก ทุกสองสามปีถึงจะมีสักคน คนประเภทนี้ล้วนมีพลังหยั่งรู้สูงกว่าคนธรรมดา
ในสายตาของจือซื่อร่างท้วม ต่อให้เซียวอวิ๋นจะเข้าศิษย์ในไม่ได้ในอนาคต แต่ในหมู่ศิษย์ลับก็คงไปได้ไม่เลว เก็บบุญคุณไว้ กายภาคหน้าจะได้สะดวกขึ้น