“ซ่อมเครื่องบินเหรอ?” เฉินเยี่ยนชะงัก “พังยับขนาดนั้นแล้วยังจะซ่อมอีกเหรอ?”
“เขาบอกว่า ต่อให้ซ่อมไม่ได้ อย่างน้อยถอดชิ้นส่วนที่ยังใช้ได้เก็บไว้ก็ดี เผื่อวันไหนได้ใช้ขึ้นมา” ซ่งเสี่ยวยักไหล่ “ห้ามไม่อยู่หรอก นายก็รู้ว่าเขานิสัยเป็นยังไง”
เฉินเยี่ยนพยักหน้า นี่แหละเรื่องที่หลิวฉางเจี้ยนทำได้จริง ๆ
“หัวหน้าจงหมิงหยวนล่ะ?”
“พาคณะทำงานไปพบพันเอกของทหารรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว” ซ่งเสี่ยวลดเสียงลงเล็กน้อย “ได้ยินว่าคุยเรื่องจัดที่พักกับอพยพชาวจีนโพ้นทะเล แต่จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ ไปตั้งครึ่งวันแล้ว ยังไม่กลับมาเลย”
เฉินเยี่ยนขมวดคิ้ว
การติดต่อกับกองกำลังท้องถิ่นไม่เคยเป็นเรื่องง่าย
“แล้วกู้ม่านล่ะ?”
“พี่กู้ม่านพาทีมลูกเรือไปดูแลคนป่วย” ซ่งเสี่ยวถอนหายใจ “เมื่อคืนชาวจีนโพ้นทะเลหลายคนมีไข้ แถมยังมีเด็ก ๆ ร้องไห้กันทั้งคืน ยาก็ไม่พอ อาหารก็ร่อยหรอ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงประคองได้อีกไม่กี่วัน”
เสบียงขาดแคลน
หัวใจเฉินเยี่ยนกระตุกวูบ
เครื่องบินพัง แถมยังติดอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ข้างนอกก็มีเสียงปืนดังเป็นระยะ คนหลายร้อยคนกำลังรออาหารอยู่
สถานการณ์นี้รับมือยากกว่าแขนสองข้างที่ใช้การไม่ได้ของเขาเสียอีก
“พอเถอะ อย่าคิดมาก” ซ่งเสี่ยวเห็นสีหน้าเขาหม่นลงเรื่อย ๆ จึงยื่นมือโบกตรงหน้า “ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือพักรักษาตัว ฟ้าถล่มลงมาก็ยังมีคนตัวสูงคอยรับไว้”
เฉินเยี่ยนอยากเถียง แต่ยังไม่ทันพูด ความง่วงงุนก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
