“รายงานครับกัปตัน ตอนนี้เราใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าการบินระดับปกติถึงสองเท่า! ถ้าใช้ความเร็วแบบนี้ต่อไปจนถึงเมืองหางโจว… น้ำมันจะเหลือน้อยมาก!” เสียงของอวี้ต้าเป่าฟังดูตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย
“แค่พอใช้ก็พอ” เฉินเยี่ยนตอบสั้น ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม
เขาปล่อยมือข้างหนึ่ง แล้วกดปุ่มประกาศในห้องโดยสาร
หลังเสียงกระแสไฟฟ้าเบา ๆ ดังขึ้น น้ำเสียงสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นของเขาก็ดังก้องไปทั่วห้องโดยสาร
“เรียนผู้โดยสารทุกท่าน ผมคือกัปตันเฉินเยี่ยนของเที่ยวบินนี้ครับ”
“เนื่องจากการจัดการเส้นทางบิน เที่ยวบินของเราจะเดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองหางโจวก่อนกำหนดครับ”
“คาดว่าเครื่องจะลงจอดเร็วกว่ากำหนดเดิมยี่สิบนาทีครับ”
“ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านวางใจ ลูกเรือของเราจะดูแลความปลอดภัยของทุกท่านครับ”
การประกาศสิ้นสุดลง
ในห้องโดยสาร ผู้โดยสารที่เพิ่งตั้งสติได้หลังจากเจอความปั่นป่วนรุนแรงเมื่อครู่ ต่างมองหน้ากัน
เร็วกว่ากำหนดยี่สิบนาทีงั้นหรือ?
นี่มันยังไงกัน?
เมื่อครู่นี้รู้สึกเหมือนเครื่องบินแทบจะแตกเป็นชิ้น ๆ นึกว่าจะเกิดเรื่องใหญ่เสียแล้ว
แต่กลายเป็นว่า… จะถึงเร็วงั้นหรือ?
“อะไรเนี่ย ทำเอาผมตกใจแทบตาย นึกว่าจะเกิดเรื่องขึ้นซะแล้ว”
“ใช่ กัปตันบินยังไงกัน ถึงก่อนกำหนดก็ไม่เห็นต้องบินแบบนี้เลยนี่”
“ช่างเถอะ ถึงเร็วก็ดีกว่าล่าช้า”
ผู้โดยสารพากันพูดคุยเสียงเบา แม้จะยังอกสั่นขวัญแขวนอยู่ แต่ข่าวเรื่อง “ถึงก่อนกำหนด” ก็ช่วยปลอบใจคนส่วนใหญ่ได้ไม่น้อย
ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังคำว่า “เร็วกว่ากำหนดยี่สิบนาที” นั้นมีความหมายอย่างไรกันแน่
ภายในห้องนักบิน
เฉินเยี่ยนมองข้อมูลตรงหน้า ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เหลียงตง ช่วยดูท่าทางเครื่องบินให้ผมด้วย”
“ต้าเป่า คอยตรวจดูค่าพารามิเตอร์ของเครื่องยนต์ มีอะไรผิดปกติให้รายงานทันที!”
“รับทราบ!”
“เข้าใจแล้ว!”
เฉินเยี่ยนสูดหายใจลึก แล้ววางมือลงบนคันเร่ง
คันเร่งซึ่งใช้ควบคุมกำลังของเครื่องบิน ถูกดันไปจนถึงตำแหน่งกำลังสูงสุดสำหรับการบินปกติแล้ว
แต่เขายังไม่พอใจ
สิ่งที่เขาต้องการคือขีดจำกัด!
เขาออกแรงดันคันเร่งไปข้างหน้าต่อ!
“กึก”
