กู้หยานมองเรื่องนี้ได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าใคร
ในยุคนี้ ต่อให้มีทรัพย์สินมากมายหรือเส้นสายแน่นหนาเพียงใด ก็ยังไม่ใช่ไพ่ตายที่ช่วยรักษาตัวให้ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง
น้ำใจคนเป็นสิ่งไม่แน่นอนที่สุด เปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นที่คงอยู่ตลอดไป
หากอยากยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ไม่เดินซ้ำรอยเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงธุรกิจยุคหลังที่ถูกยึดอำนาจหรือเขี่ยออกจากวงการ ทางออกมีเพียงทางเดียว
นั่นคือถักทอเครือข่ายผลประโยชน์ให้ใหญ่และแน่นหนาพอ
ผูกผลประโยชน์ของตัวเองกับทุกคนรอบข้างให้เป็นหนึ่งเดียว ได้ดีก็ได้ดีไปด้วยกัน เสียหายก็เสียหายด้วยกัน นี่ต่างหากคือเกราะคุ้มกันชั้นยอดที่สุดในแวดวงธุรกิจ
กู้หยานตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่การทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ กับหลี่เฟิงสองคนอีกต่อไป
พอถึงช่วงบ่าย เมื่อฟ้าสว่างทางฝั่งอเมริกาและหลี่เฟิงตื่นนอน กู้หยานก็โทรทางไกลไปหาเขาทันที
“เรามาตั้งบริษัทลงทุนใหม่กันเถอะ เอาเป็นบริษัทลงทุนซิงฮั่นอินเตอร์เนชันแนล”
กู้หยานกล่าวว่า
“ต่อไปไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในประเทศหรือการวางแผนในตลาดทุนต่างประเทศ เราจะรวบรวมทุกอย่างไว้ในบริษัทนี้”
“ฉันกับนายแบ่งหุ้นส่วนหนึ่งออกมา แล้วค่อย ๆ รับผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา ขยายวงให้ใหญ่ขึ้นทีละนิด”
หลี่เฟิงที่อยู่ปลายสายฟังแล้วถึงกับงง
“ไม่เอาน่า กู้หยาน”
“เราสองคนทำเงินเงียบ ๆ แบบนี้ไม่ดีหรือไง?”
“ตอนนี้นายกอบโกยกำไรไปหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ยังจะชวนคนมาแบ่งเค้กอีกเหรอ?”
ในสายตาของหลี่เฟิง สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครมาคอยขัดขวาง จึงไม่มีความจำเป็นต้องดึงคนนอกเข้ามาให้ยุ่งยากเพิ่ม
กู้หยานหัวเราะ ก่อนย้อนถามว่า
“นายคิดว่าเรื่องที่เราทำกำไรได้สองพันล้านดอลลาร์สหรัฐในครึ่งเดือน จะปิดเป็นความลับไปได้ตลอดชีวิตหรือไง?”
