กู้หยานกวาดตามองไปทั่วห้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ผมขอตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในห้าปี บริษัทบันเทิงซิงฮั่นจะต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้สำเร็จ”
เมื่อทุกคนในห้องประชุมได้ยินคำพูดของกู้หยาน ต่างก็สูดหายใจเฮือก มองประธานบริษัทของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ความรู้สึกดีและความเคารพที่เพิ่งมีต่อกู้หยานเมื่อครู่ มลายหายไปในพริบตา
ทุกคนต่างคิดขึ้นมาเหมือนกันว่า
เจ้านายพูดจริงหรือครับ?
เจ้านายเหลิงไปแล้วหรือเปล่า?
ในแวดวงบันเทิงของประเทศตอนนี้ ยังไม่มีบริษัทภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งไหนเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จมาก่อน!
แม้แต่หัวแถวของวงการอย่างบริษัทพี่น้องหัวอี้ที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาหลายปี ยังไม่กล้าแตะเป้าหมายเข้าตลาดหลักทรัพย์ง่าย ๆ ทำได้เพียงค่อย ๆ คลำทางไปทีละก้าว
กู้หยานเป็นคนนอกวงการที่เพิ่งข้ามสายงานมา บริษัทก็เพิ่งก่อตั้ง แถมยังไม่เข้าใจกลเม็ดของวงการด้วยซ้ำ แต่กลับพูดออกมาว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในห้าปี?
ในสายตาของทุกคน นี่ไม่ใช่แค่ความทะเยอทะยานแล้ว แต่เป็นการเพ้อฝันชัด ๆ!
พวกเขาแอบสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความเอือมระอาและกังขา
สมแล้วที่เป็นคนนอกวงการ ต่อให้มีเงินก็ไม่ได้แปลว่าจะเข้าใจว่าวงการบันเทิงลึกซึ้งแค่ไหน หรือรู้กฎเกณฑ์ของวงการนี้!
กู้หยานเห็นสีหน้าของทุกคนชัดเจน แต่ในใจไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย
คนธรรมดากลุ่มนี้มองเห็นเพียงภาพรวมของวงการในปัจจุบัน แต่กลับมองไม่เห็นกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกสิบกว่าปีข้างหน้า การถูกตั้งข้อสงสัยจึงเป็นเรื่องปกติ
เขาคร้านจะอธิบายให้มากความ จึงพูดตรง ๆ ว่า
“เอาละ คุยเรื่องงานเสร็จแล้ว ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง เลิกประชุมได้”
พนักงานทยอยออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับความสงสัยและความตกตะลึงเต็มอก ไม่นานห้องประชุมก็กว้างโล่ง เหลือเพียงกู้เมิ่งที่ยังอยู่ข้างใน
