เรื่องราวลุกลามเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด ขณะที่ชาวเน็ตในโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันดุเดือด และกระแสประณามก็โหมกระหน่ำขึ้นเรื่อย ๆ ข่าวนี้ก็ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อหลี่เสี่ยวกวังเล่าให้ผู้เฒ่าที่บ้านฟัง
จากนั้น เรื่องที่หลี่เสี่ยวกวังไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้เฒ่าที่ปกติมักสุขุมและใจดีเสมอ ทันทีที่ฟังข่าวจบกลับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายอย่างฉับพลัน
ผู้เฒ่าไม่พูดพร่ำแม้แต่คำเดียว เขาค้นโทรศัพท์รุ่นเก่าจากส่วนลึกของลิ้นชัก แล้วกดหมายเลขที่ไม่ได้โทรหาเป็นเวลานานอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อปลายสายรับ ผู้เฒ่าก็ไม่กล่าวทักทายใด ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยว่า “กั๋วซิน ผู้กองเฉินถูกคนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลจิ้งเจียงเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน เราต้องไปช่วยเขา สิบโมงตรง เจอกันที่หน้าโรงพยาบาล”
พูดจบ ผู้เฒ่าก็ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ วางสายทันที
ผู้เฒ่ามีนามว่าหลี่เจิ้งจวิน เขาค้นเครื่องแบบทหารที่หวงแหนราวกับสมบัติล้ำค่าจากชั้นล่างสุดของตู้เสื้อผ้า เครื่องแบบนั้นไม่มีเครื่องหมายยศ ไม่มีเลขหน่วย เหลือเพียงสีเขียวทหารที่ซักจนซีดจาง ทว่าปกคอเสื้อสีแดงสดทั้งสองข้างยังคงเด่นชัด
ทันทีที่สวมเครื่องแบบ บุคลิกของผู้เฒ่าก็เปลี่ยนไปโดยพลัน ดวงตาที่ปกติมักยิ้มอยู่เสมอบัดนี้ฉายประกายอำมหิตจนไม่มีใครกล้าสบตา
เขาค่อย ๆ หยิบเหรียญเกียรติยศทางทหารออกจากกล่องไม้ทีละเหรียญ กลัดไว้บนอกเสื้อ จากนั้นก็ยืดอกเชิดหน้าแล้วก้าวยาว ๆ ออกไป
คนในบ้านรีบตามมาถามว่าจะไปไหน หลี่เจิ้งจวินทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวว่า “ไปทวงความยุติธรรมให้สหายร่วมรบ” แล้วไม่สนใจคำห้ามปรามของคนในบ้าน ออกไปเรียกรถมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันที
