ช่วงที่ยังไม่มีอะไรให้ทำในเวลางาน หลินชิงเสวี่ยก็แอบย่องขึ้นไปชั้น 41 เพื่อหาถังเซี่ยวชูที่กำลังอู้งานอยู่หน้าเคาน์เตอร์
ถังเซี่ยวชูกำลังก้มหน้าไถโทรศัพท์อยู่ จู่ ๆ มือข้างหนึ่งก็ยื่นมาตรงหน้า ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว เกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ นึกว่าถูกหัวหน้าจับได้คาหนังคาเขาว่ากำลังอู้งาน
พอเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นหลินชิงเสวี่ย ถังเซี่ยวชูถึงค่อยถอนหายใจยาว พลางตบอกตัวเอง “ให้ตายสิ! เดินยังไงถึงไม่มีเสียงเลยเนี่ย! ทำเอาฉันตกใจหมด!”
หลินชิงเสวี่ยหัวเราะจนหยุดไม่อยู่ “ก็ใครใช้ให้เธออู้งานเพลินขนาดนั้นล่ะ สมควรแล้ว” เธอไม่พูดมาก หยิบน้ำหอมออกมา “นี่ เทียนกอฝากน้ำหอมมาให้ เขาไม่สะดวกมาด้วยตัวเอง ฉันเลยเอามาให้แทน ฉันต้องรีบกลับไปทำงานแล้ว”
ถังเซี่ยวชูรับน้ำหอมมา ดวงตาเป็นประกาย แกะฝาออกแล้วดม ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ “ไม่คิดเลยว่าหลงจ้านเทียนจะเป็นคนหัวอ่อนเชื่อฟังคำแนะนำขนาดนี้ ถึงกับเลือกน้ำหอมมาให้ กลิ่นก็หอมใช้ได้ มีพัฒนาการนะเนี่ย”
หลินชิงเสวี่ยหูไว รีบจับประเด็นได้ทันที “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? เทียนกอถามเธอก่อนซื้อของขวัญหรือเปล่า?”
ถังเซี่ยวชูหัวเราะคิกคัก เผยเขี้ยวเสือเล็ก ๆ สองซี่ “ฉลาดจริง ๆ เมื่อวานเขาโทรมาถามฉันว่าอยากซื้อของขวัญให้เธอ แต่ไม่รู้จะซื้ออะไรดี ฉันก็เลยบอกว่ากระเป๋าหรือน้ำหอมอะไรพวกนี้ไง ผู้หญิงชอบกันทั้งนั้น”
ในใจหลินชิงเสวี่ยราวกับถูกเติมน้ำผึ้งลงไป หวานจนแทบล้น ที่แท้เทียนกอไม่ได้จู่ ๆ ก็รู้ใจขึ้นมาเอง แต่แอบทำการบ้านอยู่เบื้องหลังนี่เอง
เธอข่มรอยยิ้มที่มุมปากไว้ แต่กลับแค่นเสียงเบา ๆ “อย่างน้อยก็ยังรู้จักใส่ใจอยู่บ้าง” ทว่าเธอไม่รู้เลยว่ายังมีเรื่องน่าประหลาดใจยิ่งกว่ารออยู่ข้างหน้า
