รถค่อย ๆ ขับทะลุผ่านพื้นปูนขรุขระ
ริมถนนแคบ ๆ ทั้งสองฟาก รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตัวเล็กวิ่งสับสนวุ่นวาย พ่อค้าแม่ขายที่นั่งขายผลไม้บนรถสามล้อจอดขวางถนน ก่อนเก็บของยังตะโกนขายเสียงลั่นอีกหลายครั้ง
พอเห็นพวกเขา ทุกคนพากันหยุดมองสำรวจกันถ้วนหน้า ที่นี่มีรถดีขนาดนี้มาจากไหนกัน
คนขับรถจอดลำบาก ๆ หน้าปากตรอกแคบ แล้วแสดงสีหน้าเดือดร้อน
“คุณหนูชาย... เข้าไปข้างในไม่ได้ครับ”
กำแพงสีเทาจางแตกลอก ฉะนี้ให้เห็นคราบกระจุดกระจายข้างใน แม้ไม่มีฝนตก พื้นก็ยังเปียกชื้นอยู่ดี ไม่รู้เป็นคราบน้ำจากแผงขายผักหรือสิ่งใด
ข้าง ๆ กองถุงดำใบใหญ่วางเรียงกันอยู่หลายถุง ยังไม่มีใครมาเก็บ
เฮอจิ่งโจวมองไปแวบหนึ่ง ไม่พูดอะไร เปิดประตูลงจากรถ
คุณยายนั่งอยู่ในตรอกพัดพัดเย็นด้วยพัดกก ข้าง ๆ มีคนเล่นหมากรุกจีน เล่นไพ่ สายตาก็ลอยมาแวบ ๆ เป็นระยะ
ยิ่งที่แคบเท่าไหร่ ปากคนยิ่งน่ากลัว เรื่องเล็กน้อยนิดเดียวก็กระจายไปทั่ว
เสียงซุบซิบเบา ๆ ดังขึ้น
“นี่ใครกันนะ ทั้งรถทั้งเสื้อผ้า แบบนี้ต้องแพงแน่ ๆ” “จะไม่ใช่คณะสำรวจเวทีรื้อถอนใช่ไหมนะ เจ้าของบ้านจะได้เงินก้อนโตแล้วสิ แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหน บาปจริง ๆ ต้องย้ายบ้านกันอีกแล้ว”
ตรอกยามกลางวันค่อนข้างเงียบ แต่แดดแทบส่องไม่ถึง มีความเย็นชื้นมืดหม่นแปลก ๆ มอสสีเขียวเกาะกินพื้น
รองเท้าหนังของเฮอจิ่งโจวก้าวลงบนพื้น อีกไม่นานก็ติดคราบสกปรกกับฝุ่น
สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน มุ่งหาประตูทางเข้าอาคาร
ประตูเหล็กพัง ๆ ขึ้นสนิมเปิดค้างครึ่งหนึ่ง ทางเดินขึ้นบันไดมืดมน ผนังติดโฆษณาปิดทับกันชั้นหนึ่งเอาไว้ ใหม่อีกชั้น
