เพื่อความสมจริง ก่อนจะเป็นลม หลินอู่ยังส่ายตัวให้โยนไปสองหน
ผลคือเด็กสาวที่ชื่อเหลียงซินโหรวเมื่อครู่ตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบเข้ามาประคองเธอ “คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”
แบบนี้ไม่เป็นลมก็ต้องเป็นลมสิ
หลินอู่ขอโทษเธอในใจ ควบคุมแรงจะล้มลงใส่ตัวเธอ
จังหวะนั้น มือหนึ่งสองพันมาอย่างฉับพลัน กุมแขนของเธอไว้แน่น
ท่ามกลางความตกตะลึง หลังเธอแนบชิดกับอกกว้าง ถูกอ้อมกอดไว้ในอ้อมแขน
ยังแสร้งเป็นเป็นลมอยู่ เปิดตาไม่ได้ หลินอู่จำต้องข่มความคิดที่อยากจะดิ้นหนี
ครูฝึกเดินมาอย่างรวดเร็ว “เกิดอะไรขึ้น?”
รู้สึกได้ถึงสายตาที่จดจ่ออยู่ที่ใบหน้า เปลือกตาของหลินอู่มีความคิดเป็นของตัวเอง สั่นระริกไปพร้อมขนตาโดยควบคุมไม่ได้
ไม่ช้า เธอรู้สึกได้ถึงฝ่ามือใหญ่ที่รัดแขนเธอไว้เบกระดับหนึ่ง ดึงเธอเข้าไปด้านในเล็กน้อย
“น่าจะเป็นลมแดด ผมพาเธอไปห้องพยาบาลเอง”
เสียงทุ้มเย็นชาฟังดูดีดังขึ้น พร้อมความเกียจคร้านที่คุ้นเคย หัวใจของหลินอู่คลายออก
แต่วินาทีต่อมา ก็กระตุกตึงขึ้นมาอีกครั้ง
เพิ่งโดนแดดเผามานานขนาดนี้ ตอนนี้หน้าเธอเหงื่อชุ่มเลย ผมคงมั่วซั่วแปะอยู่ที่หน้าผากแน่นอน
น่าเกลียดขนาดไหนไม่รู้
ยังกับที่จะล้มลงไปกับพื้นเลยดีกว่า
หลินอู่คิดอย่างท้อแท้
ครูฝึกมองหนุ่มสูงใหญ่ตรงหน้า ยังไม่ทันได้ถามว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน อีกฝ่ายจับข้อมือเด็กสาวขึ้นวางบนต้นคอตัวเองแล้วอุ้มคนเดินจากไปเสียแล้ว
“เอ่อ... ตาไม่เหลี่ยมใช่ไหม เมื่อกี้นั่นรุ่นพี่เฮอร์หรอ??”
“ฉันเป็นลมแดดแล้วเห็นภาพหลอนหรือเปล่านะ?”
เหลียงซินโหรวมองแผนหลังของทั้งสองคน บ่นพึมพำ “...ว้าว ปากฉันขลาดขนาดนี้เชียวหรอ”
