“คุณเวย เชิญดื่มชาครับ”
“เรื่องที่พูดเมื่อกี้ว่าจะเชิญคุณมาเป็นที่ปรึกษา คุณว่ายังไง…?”
ผู้อำนวยการหงยิ้มจนแทบจะประจบ ทำเอาเวยยวนขนลุกไปทั้งตัว
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ
ก่อนหน้านี้ หมอวัยกลางคนสมรู้ร่วมคิดกับซินอีกรุ๊ป ใช้ยาตัวใหม่ที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติโดยพลการ ถูกเวยยวนจับได้กลางคัน ผอ.หงเลยรีบสั่งให้รปภ.คุมตัวเอาไว้ ก่อนจะส่งตัวให้ตำรวจต่อไป
และเพื่อกู้ชื่อเสียงโรงพยาบาล ต่อหน้าญาติคนไข้จำนวนมาก เขาจึงเชิญเวยยวนให้มาเป็นที่ปรึกษาประจำโรงพยาบาล
ถ้าว่ากันตามจริง การรับตำแหน่งที่ปรึกษาก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้
การสืบทอดของตี้ทิงต้องใช้การสั่งสมบุญกุศลด้วยการลงโทษคนชั่วและส่งเสริมคนดี การรักษาคนก็เป็นวิธีสร้างบุญที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือ?
แต่เวยยวนไม่ได้ตอบตกลงทันที
การเป็นที่ปรึกษาก็คือการช่วยเชิดชูโรงพยาบาลและกอบกู้ชื่อเสียง นั่นคือผอ.หงกำลังขอร้องเขา
ถ้าตอบเร็วไปก็จะดูไร้ค่า โรงพยาบาลจะไม่เห็นความสำคัญ สู้ปล่อยให้เขาใจรอสักพักดีกว่า
ผอ.หงเห็นเวยยวนเงียบไม่พูด ก็รู้จังหวะดี ยื่นข้อเสนอให้ก่อน
“ตำแหน่งที่ปรึกษาฟังดูดีแต่จริง ๆ ก็คือชื่อลม ๆ แล้ง ๆ คุณไม่ต้องอยู่เวร แค่เดือนละสองสามครั้งก็พอ”
“ค่าตอบแทนปีละสองล้านหยวน ค่ารักษาคนไข้เพิ่มอีกคนละหนึ่งแสนหยวน”
“และหากคุณต้องการอะไรด้านวิชาแพทย์ โรงพยาบาลยินดีระดมทรัพยากรทั้งหมดช่วยคุณ เป็นไงบ้างครับ?”
เวยยวนหรี่ตาลง
เรื่องเงินน่ะ เขาไม่ได้ใส่ใจนักหรอก
เงินสี่ร้อยล้านยังรออยู่นอกเมืองให้เขาไปรับ เงินเดือนสองล้านกว่าหยวนเทียบกันแล้วไม่เห็นต้องสนใจเลย
สิ่งที่ทำให้เวยยวนใจเต้นคือคำมั่นว่าจะระดมทรัพยากรทั้งหมดของโรงพยาบาลมาช่วยเขา
เดิมเขากะจะใช้ธุรกิจเสี่ยงหยกและอัญมณีเป็นกิจการบังหน้า ทว่าเมื่อไปมีเรื่องกับไท่เยว่กรุ๊ปและปาฝูกรุ๊ปติด ๆ กัน เส้นทางในวงการนี้ก็เลยแคบลง
