อาคารจัดพิธีศพภูเขามังกร เมืองเซินไห่
เวยยวนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วลงจากรถพร้อมกับหลิ่วเซียงหรง
เงยหน้าขึ้นก็เห็นรถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งแล่นเข้ามาในลานจอดรถ จอดเทียบฝั่งตรงข้าม
ประตูรถเปิดออก เยว่ชิ่งเซิงในชุดดำสนิทก้าวลงมา เห็นเวยยวนกับหลิ่วเซียงหรงยืนเคียงข้างกันพอดี
“บังเอิญจังนะ”
เยว่ชิ่งเซิงจัดแขนเสื้อพลางเดินเข้ามาทัก สายตาหยุดอยู่ที่เวยยวนครูหนึ่งก่อนจะผงกศีรษะเล็กน้อย
“เจอกันอีกแล้ว”
เวยยวนไม่สนสายตาหยั่งเชิงของเยว่ชิ่งเซิง ตอบกลับด้วยการผงกศีรษะง่าย ๆ
หลิ่วเซียงหรงก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
ที่พวกเขาร่วมมือกันปล้นปาฝูกรุ๊ปก็เพียงเพราะมีผลประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพื่อนกัน
ตรงกันข้าม หลิ่วเซียงหรงยังคงรังเกียจเยว่ชิ่งเซิงอยู่
หากมีโอกาส เธอจะทำกับไท่เยว่กรุ๊ปของเยว่ชิ่งเซิงเหมือนที่เคยทำกับปาฝูกรุ๊ป และจะทำแบบไม่ไว้หน้ากว่าเดิมอีก
ทั้งสามคนแบ่งเป็นสองกลุ่ม เดินห่างกันเล็กน้อยมุ่งหน้าไปยังอาคารจัดพิธีศพ
เยว่ชิ่งเซิงที่เดินตามหลังมองแผ่นหลังของเวยยวนแล้วเบะปากเล็กน้อย
ไอ้หนุ่มหน้าโชคดี
เขารู้ว่าถังไห่อยากฆ่าเวยยวน และตอนนั้นถังไห่ก็เคยชวนเขาด้วย
แต่เยว่ชิ่งเซิงไม่อยากยั่วโมโหหลิ่วเซียงหรงจึงเลือกถอย ไม่ได้หมายความว่าเขาคิดว่าไอ้เด็กอาศัยผู้หญิงอย่างเวยยวนจะต้านทานการลอบสังหารของถังไห่ได้
ใครจะคิดว่าเวยยวนรอดพ้นอุบัติเหตุรถชนมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนถังไห่กลับถูกรถชนตายอย่างเหลือเชื่อ
ถึงจะฟังดูบังเอิญ แต่เยว่ชิ่งเซิงไม่คิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเวยยวน
ถ้าเวยยวนเก่งกาจขนาดนั้นจริง เขาคงไม่ต้องมาประจบหลิ่วเซียงหรง คงเป็นหลิ่วเซียงหรงที่ต้องกลับไปเลียแข้งเลียขาเขาต่างหาก
ทั้งสามคนเดินเข้าอาคารจัดพิธีตาม ๆ กันมา ภายในอาคารถูกปาฝูกรุ๊ปเหมาหมดทั้งหลัง เต็มไปด้วยพนักงานในชุดสูทดำสวมปลอกแขนขาวคอยรักษาความเรียบร้อย
ทั้งสามก้าวเข้าไปได้ไม่นาน ชายวัยกลางคนที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าประตูก็รีบเข้ามาหา พูดด้วยท่าทีลนลานจนตัวสั่น
“คุณหลิ่ว คุณเยว่ ทำไมถึงลำบากมากันด้วยตัวเองล่ะครับ”
หลิ่วเซียงหรงยิ้มแบบนักธุรกิจ
“ไม่ต้องเกรงใจ คุณถังก็เป็นเพื่อนของฉัน ควรมาส่งเป็นเพื่อนครั้งสุดท้าย”
