อวิ๋นเฉินใช้นิ้วแตะหน้าจอ กำลังส่งข้อความนัดนั่วถีซาหยาให้มาเจอกันพรุ่งนี้ เพื่อไปคุยธุระบางอย่างแถวอ้าวรุ่ยทีคัง
เมื่อได้ยินหวงฝู่ซีถาม เธอก็ตอบส่ง ๆ ว่า “ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร”
หวงฝู่ซีและคนอื่น ๆ ไม่ใช่จิตแพทย์ จึงแยกไม่ออกว่าอวิ๋นเฉินกำลังโกหก
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเชื่อใจอวิ๋นเฉินมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่รวมทีมกันก็เคยชินกับการคิดว่า “หัวหน้าทีมพูดอะไรก็เป็นอย่างนั้น” ครั้งนี้ก็เช่นกัน ในเมื่อหัวหน้าทีมบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็แปลว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
หมิ่นอิ่งซินหันกลับมา เดิมทีตั้งใจจะคุยเรื่องการแข่งขันต่อ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นตี๋ซิวซือนั่งอยู่แถวที่สอง
“พี่ตี๋ เป็นอะไรหรือเปล่า เหนื่อยเหรอ?”
ตั้งแต่ขึ้นรถมา ตี๋ซิวซือก็หลับตาพิงพนักเบาะ เงียบผิดปกติ
“นิดหน่อย” เขาตอบทั้งที่ยังหลับตาอยู่
“งั้นพักผ่อนให้เต็มที่นะ” หมิ่นอิ่งซินพูดอย่างใส่ใจ ไม่รบกวนเขาอีก ก่อนหันกลับไปคุยจ้อกับลี่ซาและฝูเสี่ยวไกวเรื่องว่าจะเริ่มกินเนื้อย่างชนิดไหนก่อน
ฮวาเจิ้งหาวหันมองตี๋ซิวซือที่นั่งหลับตาทำทีเหมือนงีบอยู่ข้าง ๆ แล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ
เวลาตี๋ซิวซือเหนื่อย ปกติเขามักโวยวายเสียงดังว่าตัวเองกำลังจะเหนื่อยตาย ทำราวกับอยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าเขาเหนื่อยแค่ไหน
แต่พอเหนื่อยจริง ๆ กลับเงียบเสียอย่างนั้น นี่ไม่ใช่นิสัยของเขาเลย
ส่วนหวงฝู่ซีที่นั่งอยู่แถวหลังของตี๋ซิวซือ ดูเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่าง สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
