อวิ๋นเฉินกล่าวว่า “น่าเสียดาย แต่เสียดายก็ไม่ได้แปลว่าต้องกระโดดลงหลุมต่อไป”
“แล้วกิลด์จะทำยังไง?” หมิ่นอิ่งซินเองก็ไม่อยากยอมแพ้ “ทางโลกสีน้ำเงินฝากความหวังทั้งหมดไว้กับพวกเราแล้วนะ”
“เรื่องกิลด์ฉันจะไปคุยเอง” น้ำเสียงอวิ๋นเฉินไม่เปลี่ยน “ถ้าพวกเขาคิดว่ายังมีหวัง ก็ไปหาคนอื่นมารวมทีมใหม่ได้ สรุปคือพวกเราหลายคนจะถอนตัว”
เธอพูดว่า “พวกเรา” แต่เอาเข้าจริง เธอไม่มีทางถอนตัว
แต่ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงซักไซ้ไม่เลิก เธอใส่ชื่อตัวเองไว้ในรายชื่อคนถอนตัวก่อน ส่วนเรื่องหลังจากนี้ค่อยว่ากันทีหลัง
เมื่อพูดมาถึงขั้นนี้ ทุกคนในห้องส่วนตัวก็เข้าใจแล้วว่าอวิ๋นเฉินตัดสินใจเด็ดขาด ไม่มีทางเปลี่ยนใจ
บรรยากาศกลับมาเงียบงันอีกครั้ง
หมิ่นอิ่งซินก้มหน้ากัดหลอดดูด กัดไปสองที ขอบตาก็เริ่มแดง
เธอใช่ว่าจะไม่เข้าใจคำพูดของอวิ๋นเฉิน เพียงแต่ยอมรับเรื่องนี้ในทันทีไม่ได้
สู้กันมาจนถึงตอนนี้ “ทีมทำตัวเอิกเกริก วางตัวถ่อมตน” ไม่ใช่แค่ชื่อทีมสุดเกรียนอีกต่อไปแล้ว
มันคือสายสัมพันธ์ที่พวกเขาทุกคนสร้างขึ้นจากการเชื่อใจกันและหันหลังชนกัน ในเกมแล้วเกมเล่า ศึกดาวเคราะห์รอบแล้วรอบเล่า
จู่ ๆ ก็มาบอกว่าให้แยกย้ายกันไปเสียอย่างนั้น ราวกับมีใครมาทุบรังเล็ก ๆ ที่เธอเพิ่งจัดเสร็จไม่มีผิด
ลี่ซาก็เงียบไปเช่นกัน เธอก้มหน้าใช้นิ้วถูขอบแก้ววนไปวนมา
ใบหน้าฮวาเจิ้งหาวเย็นชาอยู่แล้ว ตอนนี้ดูราวกับมีคนติดหนี้เขาเป็นร้อยล้าน
