ควงโม่กลืนน้ำลาย ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภจับจ้องการ์ดใบนั้นไม่วางตา “แต่ฉันไม่มีการ์ดห้าดาวมาแลกกับเธอ”
การ์ดระดับสูงสุดที่เขามีอยู่ในมือก็แค่สามดาวเท่านั้น
“ไม่เป็นไร” อวิ๋นเฉินทำท่าทางเหมือนคุยง่าย “ฉันไม่ดูระดับดาวหรอก ดูแค่ว่าถูกใจหรือเปล่า ขอแค่มีของที่ฉันสนใจอยู่ในมือ การ์ดห้าดาวใบนี้...ก็เป็นของนาย”
“จ จริงเหรอ?” ควงโม่แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “แบบนี้เธอไม่ขาดทุนแย่หรือ?”
“เงินหมื่นก็ซื้อความพอใจของฉันไม่ได้หรอก ว่ายังไง? จะแลกไหม? ถ้าไม่แลก ฉันไปหาคนอื่นแล้วนะ ของชิ้นนี้ไม่ขาดคนซื้อหรอก”
พูดจบ เธอก็ทำท่าจะเก็บการ์ด
“แลก! ฉันแลก!”
ความโลภเอาชนะเหตุผล ควงโม่ร้องอย่างร้อนใจ
นี่มันการ์ดห้าดาวเชียวนะ!
ถ้าได้มาอยู่ในมือ เขาก็เดินกร่างในด่านระดับต่ำได้สบายเลยไม่ใช่หรือ?
อวิ๋นเฉินหยุดมือ มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่ง “งั้นไปหาที่เงียบ ๆ แลกกันเถอะ ยังไงเสีย...ของมีค่าไม่ควรเปิดเผย นายว่าไหม?”
ความโลภทำให้ควงโม่หน้ามืดตามัว เขาไม่ทันจับสัญญาณอันตรายในคำพูดนั้น
ตอนนี้ในหัวเขามีแต่การ์ดห้าดาวที่เปล่งประกายสีทอง แล้วจะมีใจปฏิเสธได้อย่างไร?
“ไป! รีบไปกัน!” เขากลับร้อนใจกว่าอวิ๋นเฉินเสียอีก
สถานที่ที่อวิ๋นเฉินเลือกคือตรอกเล็ก ๆ อันเปลี่ยวร้าง หากจัดมุมให้ดี ก็หลบกล้องสอดส่องฟ้าที่มีอยู่ทุกหนแห่งในเมืองผู้เล่นได้
“เอาการ์ดไอเทมทั้งหมดของนายออกมาก่อน ฉันจะดูสภาพของ” อวิ๋นเฉินวางท่าราวพ่อค้าช่ำชอง
แม้ควงโม่จะรีบร้อน แต่ก็ยังระแวดระวังอยู่บ้าง
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็เรียกการ์ดทั้งหมดออกมา กางไว้ตรงหน้าอวิ๋นเฉิน
นับรวมการ์ดเคลื่อนย้ายพริบตาที่เพิ่งซื้อมา มีทั้งหมด 10 ใบ
อวิ๋นเฉินกวาดตามองแวบเดียว มีการ์ดสามดาวแค่สองใบ ที่เหลือเป็นของธรรมดาระดับหนึ่งดาวกับสองดาว
“มีแค่นี้เอง?” เธอเลิกคิ้ว สีหน้าเคลือบแคลง “ฉันเอาการ์ดห้าดาวออกมาแสดงความจริงใจขนาดนี้ นายคงไม่ได้ซ่อนของไว้อีกหรอกนะ?”
