ระหว่างอ่านกฎ อวิ๋นเฉินก็วิเคราะห์แยกแยะอยู่ในใจไปด้วย:
สองชั่วโมง ไม่ได้นานมาก แต่ก็ไม่สั้นนัก
กฎที่รับมือยากที่สุดคือ “ต้องเปลี่ยนชั้นทุก 15 นาที”
นั่นหมายความว่า ต่อให้หาที่ซ่อนชั้นเยี่ยมได้แล้ว พอครบ 15 นาที ก็ต้องวิ่งออกมาเปลี่ยนที่เหมือนหนูตัวหนึ่ง
หากเลยเวลาแล้วยังไม่เปลี่ยนชั้น สายรัดข้อมือจะส่งสัญญาณเตือน ไม่ต่างอะไรกับตะโกนบอกผู้อำนวยการหอพิพิธภัณฑ์ตรง ๆ ว่า “ฉันอยู่นี่ รีบมาจับสิ”
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือกฎข้อหนึ่ง—“หากสายรัดข้อมือเสียหาย ผู้เล่นจะถูกคัดออกทันที”
กฎระบุแค่ว่าถ้าเสียหายก็จะถูกคัดออก แต่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนทำให้เสียหาย
นี่หมายความว่า หากผู้เล่นคนอื่นทำสายรัดข้อมือของเราพัง เราก็จะถูกคัดออกด้วยหรือเปล่า?
ถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้เล่นก็ไม่เพียงต้องระวังผู้อำนวยการหอพิพิธภัณฑ์ แต่ยังต้องจับตาผู้เล่นคนอื่นด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้สายรัดข้อมือถูกทำลายจนต้องออกจากเกม
ยังดีที่เกมนี้ไม่ได้จำกัดจำนวนคนที่ผ่านด่าน ผู้เล่นต่างเอาตัวรอดกันเอง ตามปกติแล้วทุกคนไม่มีเหตุผลต้องจงใจเล่นงานกัน เว้นแต่จะมีเรื่องบาดหมางกัน ไม่อยากให้อีกฝ่ายผ่านด่านไปได้อย่างราบรื่น
สุดท้าย ยังมีกฎอีกข้อที่น่าสนใจไม่น้อย ผู้เล่นสามารถโต้ตอบกับตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่นในสถานที่ได้ แต่อาจได้รับความช่วยเหลือ หรือถูกนำทางไปสู่กับดักก็ได้ จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ
“เกมจะเริ่มอย่างเป็นทางการในอีก 3 นาที ขอให้ผู้เล่นทุกคนเริ่มหาที่ซ่อน”
ทันทีที่เสียงระบบดังขึ้น ผู้เล่นก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง
