นี่เริ่มจัดการยากแล้ว
จะให้ฝ่ายตรงข้ามวางเศษชิ้นส่วนนั่นลงบนพื้นหรือ?
ไม่ได้ กฎระบุไว้ว่าห้ามทิ้งเอง
แล้วชิงมาเก็บไว้ล่ะ?
ยิ่งไม่ได้ใหญ่ เศษชิ้นส่วนสีของตัวเองถ้าพกติดตัวเกินสองนาที จะกลับไปอยู่ที่เดิมโดยอัตโนมัติ ทำไปก็เสียแรงเปล่า
จะจัดการเศษชิ้นส่วนสีเหลืองที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่แตะต้องไม่ได้ชิ้นนี้อย่างไร กลายเป็นเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะเอาก็ไม่ได้ ไม่เอาก็ไม่ได้
ทั้งสองยื้อกันอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนเขาจะหน้าด้านเอ่ยขึ้นว่า “งั้นเธอถือไว้! ใช่แล้ว ช่วยเก็บไว้ให้ฉัน! ห้ามเอาไปกำจัดเด็ดขาด ยิ่งห้ามเอาให้คนอื่น!”
ได้ยินคำขอไร้เหตุผลขนาดนั้น อวิ๋นเฉินก็หัวเราะออกมา “ฉันดูเหมือนคนโง่มากหรือไง?”
ถึงกับกล้าขออะไรหน้าด้านแบบนี้ สมองหมอนี่ทำจากแป้งเปียกหรือไง?
จินซานเทียนฮุ่ยเองก็รู้ว่าคำขอนั้นเกินไป แต่หมัดเขาหนัก เสียงก็ดังกว่าใคร “เลิกพูดไร้สาระ! บอกให้ถือก็ถือสิ! กล้าไม่เชื่อฟัง ฉันจะต่อยให้หัวแบะเดี๋ยวนี้!”
เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ร่างกำยำถาโถมเข้ามาราวกับกำแพง กำหมัดจนข้อนิ้วลั่นกรอบแกรบ แสดงท่าทีคุกคามเต็มที่
อวิ๋นเฉินไม่ได้แสร้งทำเป็นกลัวอีกต่อไป กลับมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ “...ขอถามหน่อยได้ไหม นี่เป็นครั้งแรกที่คุณเล่นฉบับยากหรือเปล่า?”
ในเกมฉบับยาก ทุกคนต่างประชันไหวพริบและแข่งกันใช้การ์ดไอเทม ส่วนคนป่าเถื่อนที่ยังข่มขู่คนอื่นด้วยหมัดแบบนี้ เธอเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกจริง ๆ
แววตาจินซานเทียนฮุ่ยไหววูบ ก่อนจะเชิดคอขึ้น “แล้วไง? ตกลงจะฟังไหม?!”
