ซิลวานกำลังก้มหน้าคำนวณข้อมูลอยู่ พอรู้สึกว่ามีคนเข้ามาใกล้ก็เงยหน้าขึ้น
เห็นอวิ๋นเฉินยิ้มให้เขา จากนั้นก็ยกมือปักธงลงไป
ธงสีน้ำเงินปักลงบนช่องโอหนึ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ซิลวาน: “……”
ยังไม่ทันได้พูดอะไร เงาร่างหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
เป็นซินเฟิงฮ่าวที่ลงมือหลังอวิ๋นเฉิน
ตอนแรกเขายังไม่ทันนึกออก แต่พอเห็นท่าทางของอวิ๋นเฉิน หลอดไฟในหัวก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
“จริงด้วย นั่นมันระเบิดชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?!”
เขากลัวว่าจะช้ากว่าคนอื่น จึงคลานปนกลิ้งพุ่งเข้ามา แล้วปักธงสีเขียวในมือลงบนช่องพีสองข้าง ๆ อย่างแรง
ซิลวาน: “…………”
เลือดเกือบกระอักออกมาเป็นลิตร
ภาพนี้ก็เหมือนกับผักกาดที่เขาอุตส่าห์ปลูกอย่างยากลำบาก กำลังจะเก็บเกี่ยวอยู่แล้ว กลับถูกหมูสองตัวมาขุดคุ้ยต่อหน้าต่อตา
อวิ๋นเฉินเห็นดังนั้นก็ทำสีหน้า “เจ็บปวดรวดร้าว” ใส่ซินเฟิงฮ่าวทันที “แหม แบบนี้ไม่ค่อยดีหรือเปล่า อย่างน้อยก็น่าจะเหลือให้ซิลวานสักช่องนะ ยังไงเขาก็เป็นคนค้นพบเอง”
ซินเฟิงฮ่าวไม่รู้สึกละอายแม้แต่น้อย กลับตอบอย่างมีเหตุผลเต็มปากเต็มคำ “เขาเก่งขนาดนั้น คงไม่ถือสาคะแนนนิดหน่อยหรอกมั้ง?”
ทั้งสองคนรับส่งกันเป็นจังหวะ ก่อนจะหันสายตา “ห่วงใย” ไปทางซิลวานพร้อมกัน
ซิลวาน: “………………”
หมี่ไซ กรรมการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระตุกมุมปาก มองอวิ๋นเฉินอย่างพูดไม่ออก
ยังจะมาบอกว่าแบบนี้ไม่ดีอีก คนที่ร้ายที่สุดในสนามก็คือเธอนั่นแหละ
ถ้าเธอไม่ทำโจ่งแจ้งขนาดนั้น เจ้าทึ่มซินเฟิงฮ่าวจะนึกออกหรือ? เห็นชัด ๆ ว่าเธอตั้งใจปั่นสถานการณ์ให้วุ่นวายเพื่อยั่วโมโหซิลวาน
คนที่ “อ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง” คนนี้ ไปที่ไหนก็มีแต่คนซวย หากต้องลงเกมเดียวกับเธอ ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบ
