ตี๋ซิวซือว่า “ฉันนี่แหละ!”
ฝูเสี่ยวไกวว่า “ฉันต่างหาก!”
“ฉันเอง!!”
“ฉันเอง!!!”
หมิ่นอิ่งซินรีบห้าม “ไม่ต้องเถียงกันแล้ว พวกเธอเป็นทั้งคู่เลย!”
นั่วถีซาหยาที่เฝ้ามองอยู่เงียบ ๆ เห็นคนกลุ่มนี้วุ่นวายกันเป็นประจำ ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “ปกติคุณต้องคุมทีม คงเหนื่อยน่าดู”
เหนื่อยเพราะต้องคอยดูแลลูกทีมอย่างตี๋ซิวซือสินะ
อวิ๋นเฉินฉวยจังหวะหันไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะหยั่งเชิงหยอก ๆ ว่า “ในเมื่อคิดว่าฉันเหนื่อย จะลองย้ายทีมมาช่วยฉันไหม? มาเข้าทีมฉันสิ รับรองว่าสวัสดิการดี!”
นั่วถีซาหยาชะงักไปเล็กน้อย สายตาจับอยู่บนใบหน้าของเธอ ครู่หนึ่งจึงตอบว่า “คุณก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้”
เธอมีดาวเคราะห์เป็นของตัวเอง และมีตำแหน่งของตัวเอง คนอย่างเธอไม่มีทางถอนตัวจากอ้าวรุ่ยทีคังเพื่อไปเข้าร่วมทีมของคนอื่นในช่วงศึกดาวเคราะห์
“น่าเสียดายจริง ๆ” อวิ๋นเฉินถอนหายใจอย่างเสียดาย “คุณไม่คิดหรือว่าเราเป็นเพื่อนร่วมทีมกันคงสนุกกว่าการเป็นคู่แข่ง? อย่างตอนเกมมนุษย์หมาป่าก่อนหน้านี้ เราเข้าขากันดีมากเลยนะ”
ที่จริงอวิ๋นเฉินก็แค่พูดให้ชื่นใจเล่น ๆ หากคิดจะดึงผู้เล่นอันดับหนึ่งคนนี้มาเข้าทีมจริง ๆ ผู้เล่นกลุ่มนั้นจากอ้าวรุ่ยทีคังคงรวมตัวกันลอบสังหารเธอข้ามคืนแน่
ดูอย่างตอนนี้สิ สมาชิกที่เหลือในทีมอ้าวรุ่ยทีคังต่างหันมามองทางนี้ สายตาแต่ละคนระแวดระวังยิ่งกว่าใคร ราวกับกลัวว่านั่วถีซาหยาจะตอบตกลงขึ้นมาจริง ๆ
โดยเฉพาะซิลวาน แววตาเป็นปฏิปักษ์ของเขาแทบจะแข็งตัวเป็นมีดน้ำแข็งอยู่แล้ว
