ย่าต๋ายังคงคลานกระเสือกกระสนอยู่บนพื้น อวิ๋นเฉินจึงเบี่ยงตัวหลบทาง “คุณย่าต๋า จริง ๆ แล้ว... คุณลุกขึ้นเดินก็ได้นะ ที่นี่ไม่มีคนนอกสักหน่อย”
ขาทั้งสองข้างก็ยังดี ๆ อยู่แท้ ๆ แต่กลับต้องลำบากคลานแบบนี้
ย่าต๋าหยุดเคลื่อนไหว น้ำเสียงจริงจัง “ไม่ได้ค่ะ คลานแบบนี้ถึงจะได้บรรยากาศ นี่เป็นความเป็นมืออาชีพค่ะ”
พูดจบ ในที่สุดเธอก็พาตัวเองเข้าไปในลิฟต์ได้ครึ่งท่อน ก่อนจะจับผนังห้องโดยสารแล้วค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น
ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด มีเพียงดวงตาข้างเดียวที่มองลอดปอยผมออกมา เปล่งประกายสีเขียวเรืองรอง
ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง
อวิ๋นเฉินพลันนึกถึงธุระสำคัญขึ้นมาได้ จึงก้มลงหยิบสมุดปกสีน้ำเงินจากกล่องเครื่องมือข้างเท้า
“รับไป!”
เธอสะบัดมือ สมุดเล่มนั้นก็ลอยเข้าไปในลิฟต์ ตกลงในอ้อมแขนของย่าต๋า
“ประกาศปรับปรุงความสะอาดโถงทางเดิน เอากลับไปอ่าน เริ่มทำตามตั้งแต่พรุ่งนี้ อย่าทำผมร่วงอีกล่ะ”
ประตูลิฟต์ปิดลง กั้นไอเย็นเยียบสุดท้ายไว้ด้านใน
จัดการไปได้หนึ่ง
อวิ๋นเฉินหันไปมองเสี่ยวเฉิง
เธอยังไม่ทันได้บอกให้เขาเปลี่ยนที่ซุ่มอยู่ วิทยุสื่อสารตรงเอวก็ส่งเสียงขึ้นมาเสียก่อน
หลังเสียงกระแสไฟฟ้าซ่า ๆ มีเสียงร้อนรนดังตามมา
“ผู้ดูแล! รีบมาที่ห้องใต้ดิน! เกิดเรื่องแล้ว!”
แววตาอวิ๋นเฉินเคร่งขรึม เธอกดปุ่มตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ไปเดี๋ยวนี้”
ก่อนจากไป เธอชี้จมูกเสี่ยวเฉิง น้ำเสียงเข้มงวด “นายก็ระวังหน่อย ห้ามทำลิฟต์พังอีก!”
เสี่ยวเฉิงยืนตัวตรงด้วยความตกใจ “วางใจได้เลยครับ พี่ผู้ดูแล! ผมจะพยายามควบคุมตัวเอง!”
