แสงสีขาววาบขึ้น ตี๋ซิวซือปรากฏตัวออกมา มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า เดินกร่างราวกับไม่เห็นหัวใคร ท่าทางโอ้อวดเสียเต็มประดา
ทันทีที่ออกมา เขาก็เห็นฮวาอ้าวกำลังยัดการ์ดปึกหนึ่งใส่มือลี่ซาพอดี
“โอ้ พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่?”
“พี่ตี๋!” หมิ่นอิ่งซินหันขวับเป็นคนแรก กระโดดโลดเต้นพลางโบกมืออย่างตื่นเต้น “กลับมาแล้วเหรอ!”
ผู้เล่นโลกสีน้ำเงินรอบข้างหลายคนก็พากันตะโกนเรียกชื่อเขา
ตี๋ซิวซือยกมือโบกให้ทางนั้น ใบหน้าแต้มรอยยิ้มอย่างไม่คิดปิดบัง
เสียงโห่ร้องคราวนี้ไม่ได้เกรียวกราวเท่ารอบก่อน สาเหตุหลักเป็นเพราะผู้เล่นโลกสีน้ำเงินเริ่มชินกับการที่ทีมของตัวเองชนะเป็นปกติแล้ว
ฝูเสี่ยวไกวเร็วกว่าหมิ่นอิ่งซินเสียอีก
มันถือพวงมาลัยดอกไม้ที่วาดเสร็จแล้ว เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว บัดนี้พุ่งเข้าไปเหมือนลูกกระสุนเล็ก ๆ คล้องพวงมาลัยลงบนคอตี๋ซิวซือ
ตี๋ซิวซือที่กำลังโปรยจูบให้แฟน ๆ ชะงักไปครู่หนึ่ง
เขาก้มมองพวงดอกไม้บนอกที่ดูรุ่มร่ามอย่างยิ่ง ยื่นมือไปเขี่ยกลีบดอกหนึ่งพลางถามอย่างแปลกใจ “นี่อะไร? ให้ฉันเหรอ?”
“ใช่!” ฝูเสี่ยวไกวลอยอยู่ตรงหน้าเขา ประกาศอย่างจริงจัง “เห็นแก่ที่ครั้งนี้นายลำบากลำบนเอาตัวรอดเพื่อทีม ฉันขอประกาศฝ่ายเดียวว่า ในสามวันต่อจากนี้ ฉันจะไม่เรียกนายว่าไอ้หัวเหลือง และจะไม่ทะเลาะกับนายเด็ดขาด! เป็นไง ซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลเลยหรือเปล่า?”
ตี๋ซิวซือจ้องมันเงียบ ๆ
ฝูเสี่ยวไกวถูกมองจนเริ่มอึดอัด “ทำไมไม่พูดล่ะ?”
“บินเข้ามาใกล้ ๆ หน่อย” ตี๋ซิวซือกวักนิ้วเรียกมัน
ฝูเสี่ยวไกวไม่ได้คิดอะไรมาก ขยับเข้าไปใกล้
วินาทีต่อมา ตี๋ซิวซือก็ฉวยโอกาสกระชากพวงมาลัยจากคอ มือทั้งสองกำแน่น แล้วเหวี่ยงแขนเป็นวงกว้างราวกับกำลังตีเบสบอล ฟาดฝูเสี่ยวไกวจนกระเด็นออกไปดังปัง!
