เมื่อเผชิญข้อกล่าวหาของฮวาอ้าว อวิ๋นเฉินเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “รออีกหน่อย”
ฮวาอ้าว “รออะไร?”
อวิ๋นเฉิน “ฉันขี้เกียจเถียงกับนาย รอตี๋ซิวซือออกมาแล้วค่อยให้เขาจัดการ”
คนที่ชอบปะทะคารมกับตี๋ซิวซือมีเยอะเสียยิ่งกว่าอะไรดี ทั้งฮวาเจิ้งหาว ฝูเสี่ยวไกว หวงฝู่ซี ฮวาอ้าว บางครั้งแม้แต่หมิ่นอิ่งซินกับลี่ซาก็ยังเถียงกับเขาได้
ฮวาอ้าว “……”
อีกฝ่ายไม่ได้พูดจาร้ายกาจอะไรแท้ ๆ แต่เขากลับรู้สึกว่าตัวเองแพ้ไปแล้ว
เซียงเฟิงติ้งหลานกับเชียนเย่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
“เมื่อไรเขาถึงจะเข้าใจสักที” เซียงเฟิงติ้งหลานกอดอก “ว่าฝีปากของเขาสู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้”
เชียนเย่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง “คงต้องเจอความพ่ายแพ้อีกสักสองสามครั้งมั้ง”
ด้วยระดับฝีปากของฮวาอ้าว เขาคงเถียงชนะได้แค่ลี่ซาที่เงียบที่สุดในอีกฝ่ายเท่านั้น แม้แต่ฝูเสี่ยวไกว สัตว์เลี้ยงวิญญาณตัวนั้น เขาก็อาจเถียงไม่ชนะด้วยซ้ำ
ฮวาอ้าวหันขวับ “ฉันได้ยินนะ!”
“อ้อ” เซียงเฟิงติ้งหลานตอบเสียงเรียบ
“อ้อ” เชียนเย่พยักหน้าอย่างขอไปที
ฮวาอ้าว “……”
ไม่ช่วยก็แล้วไป ยังจะร่วมมือกันทำให้เขาโมโหอีก!
อวิ๋นเฉินเงยหน้ามองจอถ่ายทอดสด มุมปากขยับเล็กน้อย
ฮวาอ้าวก่อกวนเสียยกใหญ่ แต่กลับช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนได้พอดี ไม่อย่างนั้นหวงฝู่ซีกับหมิ่นอิ่งซินคงยังล้อมถามเธอไม่เลิก
ในจอภาพ ช่วงคุ้มกันหนึ่งนาทีสิ้นสุดลง
“พี่ตี๋ เอาเลย” ลี่ซายื่นป้ายชื่อให้แต่โดยดี
ตี๋ซิวซือไม่ลังเล ยื่นมือกระชากป้ายชื่อของเธอออก
เวลาสองนาทีสุดท้ายของลี่ซาหมดลง ร่างของเธอถูกแสงสีขาวห่อหุ้มอย่างรวดเร็ว
