ภายในสนาม ตี๋ซิวซือไม่รู้เลยว่าตัวเองเพิ่งเฉียดความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
เขาเก็บค่ายกล ก่อนเหลือบมองเวลาที่อยู่เหนือศีรษะ
[11:48]
“ทำไมเวลาผ่านไปช้าขนาดนี้” เขาถอนหายใจ “รู้สึกเหมือนผ่านไปตั้งชั่วโมงแล้ว”
คำบ่นยังไม่ทันจางหาย ตี๋ซิวซือก็ขยับหูเล็กน้อย
วินาทีถัดมา ร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิม
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่เขาจากไป นั่วถีซาหยาก็ปรากฏตัวขึ้นในเขตลังสินค้าแห่งนี้
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องลอบโจมตี!”
ตี๋ซิวซือเคลื่อนย้ายพริบตามาอยู่บนลังสินค้าสูงสี่ถึงห้าเมตรที่อยู่ไม่ไกล เขาชี้ลงไปยังนั่วถีซาหยาอย่างวางอำนาจ พลางยิ้มกริ่ม
นั่วถีซาหยาหันกลับมา เงยหน้ามองเขา
เธอไม่ได้ลงมือโจมตี กลับถามขึ้นว่า “ทำไมคนที่เหลืออยู่ถึงเป็นคุณ?”
เธอคิดว่าคนที่เหลือจะเป็นอวิ๋นเฉิน ตอนที่ได้ยินประกาศว่าอวิ๋นเฉินถูกคัดออกก่อนหน้านี้ เธอยังแปลกใจอยู่ชั่วขณะ
“ถามว่าทำไมอะไร?” ตี๋ซิวซือเท้าเอว “ก็เพราะค่าพลังต่อสู้ของฉันเหนือชั้นสุด ๆ เป็นไพ่ตายของทีมยังไงล่ะ!”
นั่วถีซาหยาไม่หลงเชื่อคำตอบนี้
“ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรเป็นคุณ”
หากพูดถึงการต่อสู้ระยะประชิดและการใช้ไอเทม อวิ๋นเฉินกับตี๋ซิวซือไม่ได้ต่างกันมากนัก
แต่ถ้าเป็นเรื่องการตัดสินใจ วางแผน และรับมือสถานการณ์ อวิ๋นเฉินเหนือกว่าชัดเจน
การให้อวิ๋นเฉินอยู่ต่อจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ นั่วถีซาหยาก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่เธอฉีกป้ายชื่อของอวิ๋นเฉินได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
