อวิ๋นเฉินส่ายหน้า “ต่างกันมาก”
เธอนับให้ฟังพลางพับนิ้วไปทีละนิ้ว “ถ้าแพ้จะถูกหักทั้งแต้มกับการ์ดไอเทม แต้มช่างมัน หักก็หักไป แต่เรื่องสุ่มหักการ์ดนี่ฉันรับไม่ได้ ด้วยดวงของฉัน ใครจะไปรู้ว่ามันจะสุ่มเอาการ์ดขั้นเทพไปหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นฉันขาดทุนยับแน่ สู้หักโควตาของฉันไปยังดีกว่า”
ถ้าให้เลือกระหว่างการ์ดขั้นเทพหนึ่งใบกับโควตาหนึ่งครั้ง ต่อให้หลับตาเธอก็เลือกอย่างแรก
“ดวงคุณไม่ดีเหรอ?” นั่วถีซาหยาถามอย่างจริงใจ
เธอไม่เห็นว่าอวิ๋นเฉินจะดวงไม่ดีตรงไหน ถึงขั้นพูดได้ว่าดวงดีมากด้วยซ้ำ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องในเกม แค่เธอเปิดได้การ์ดชุบชีวิตตั้งหลายใบ ก็เป็นโชคที่ผู้เล่นนับล้านคนเทียบไม่ติดแล้ว
ทั้งที่เป็นผู้เล่นโลกสีน้ำเงินที่เพิ่งเข้ามาเหมือนกัน คนอื่น ๆ ต่างต้องเข้าเกมบ่อย ๆ เพื่อเอาชีวิตรอด หาแต้มมาใช้จ่าย ส่วนเธอกลับขายการ์ดชุบชีวิตจนมีอิสรภาพทางการเงินไปนานแล้ว
อวิ๋นเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ก็ไม่ถึงกับดี”
ถ้าคุณรู้ว่าฉันสุ่มได้ทักษะต้นกำเนิดอะไร แถมยังเปิดการ์ดโจมตีไม่ได้สักที คุณก็คงคิดว่าฉันดวงซวยเหมือนกัน
แต่เรื่องพวกนี้พูดไม่ได้อยู่แล้ว
ถึงตอนนี้ทั้งสองฝ่ายจะมีเจตนาร่วมมือกัน แต่ในนามก็ยังเป็นคู่แข่งกันอยู่ดี ต้องเก็บไพ่ในมือให้มิดชิด
นั่วถีซาหยาไม่ได้ถามต่อ คิดเพียงว่าอวิ๋นเฉินคงตั้งมาตรฐานกับตัวเองไว้สูงเกินไป
สายลมพัดมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะหยอกล้อของผู้เล่นหลายคนดังมาจากที่ไกล ๆ
อวิ๋นเฉินเหลือบมองไปยังใจกลางลาน ดูเหมือนเพื่อนร่วมทีมของเธอจะก่อเรื่องกันอีกแล้ว
