ต้องยอมรับว่า คราวนี้ตี๋ซิวซือเดาได้แม่นยำมาก
ก่อนที่เขาจะเสริมว่า “ห้ามโกง” ในหัวของอวิ๋นเฉินก็มีแผนทำนองนั้นผุดขึ้นมาจริง ๆ
น่าเสียดาย ถูกเขาคาดเดาไว้ก่อนแล้ว
ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่พึ่งโชคล้วน ๆ
ส่วนเรื่องโชค อวิ๋นเฉินรู้ตัวดีมาโดยตลอด แถมยังประเมินได้อย่างเป็นกลางด้วย
เธอจึงตอบว่า “ไม่เดิมพัน”
ดวงตาตี๋ซิวซือเป็นประกาย คล้ายจับจุดอ่อนหายากได้ “เธอกลัวแล้วหรือ?”
สีหน้าอวิ๋นเฉินไม่เปลี่ยน “แผนยั่วยุใช้กับฉันไม่ได้หรอก”
เธอไม่ใช่คนประเภทที่แตะนิดเดียวก็เดือด ยั่วหน่อยก็หัวร้อนเสียหน่อย
ตี๋ซิวซือ “……”
บ้าจริง ดันไม่ติดกับ!
เขาขยี้ผม พลางเริ่มคิดหาวิธีอื่น “งั้นจะเดิมพันอะไรกันได้อีก? หรือไม่ก็สู้กันสักยกดีไหม”
สู้กันหรือ? ข้อเสนอนี้ก็ไม่เลว
อวิ๋นเฉินนั่งตัวตรง ขยับข้อมือไปมา “ถ้าตายขึ้นมา ใครรับผิดชอบ?”
ตี๋ซิวซือแทบกระโดดจากเบาะหลัง “เธอยังคิดจะฆ่ากันอีกหรือ? นี่อยากเอาชีวิตฉันจริง ๆ เหรอ?!”
“กลัวอะไร ฝีมือคุณก็ไม่เลว เผื่อคุณเป็นฝ่ายฆ่าฉันก็ได้”
“ใครมันจะบ้าถึงขั้นอยากฆ่าเธอกัน!”
“งั้นก็เรื่องของคุณแล้ว”
“……” ตี๋ซิวซือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
เพราะโมโหล้วน ๆ
“จะสู้ไหม?” อวิ๋นเฉินยังเร่งเขาอีก “ถ้าจะสู้ก็รีบหน่อย ฉันมีธุระต้องไปทำ”
ตี๋ซิวซือกัดฟันกรอด “ไม่สู้! ฉันกลัวว่าจะเผลอฆ่าเธอตาย!”
อวิ๋นเฉิน “สู้เถอะ จริง ๆ ฉันว่าฉันน่าจะชนะ”
ตี๋ซิวซือ “เลิกทำให้ฉันโมโหสักทีได้ไหม!”
อวิ๋นเฉินมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่อยากฟังก็ไปสิ ฉันไม่ได้บังคับให้อยู่สักหน่อย”
