อีกด้านหนึ่ง ณ กิลด์อ้าวรุ่ยทีคัง
หลังจากนั่วถีซาหยากับพวกกลับมา พวกเธอก็มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของเว่ยลั่วซานน่า ประธานกิลด์ทันที
ห้องทำงานกว้างขวาง แสงไฟออกโทนเย็น
โต๊ะยาวตั้งขวางอยู่กลางห้อง เว่ยลั่วซานน่านั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ หลังตรงเหยียด ปลายนิ้วแตะพนักเก้าอี้เบา ๆ สีหน้าไม่แสดงอารมณ์
แต่เพราะสีหน้าเช่นนั้นเอง จึงยิ่งทำให้คนรู้สึกกดดัน
นอกจากนั่วถีซาหยากับซิลวานแล้ว อีกสี่คนต่างก้มตาลงเล็กน้อย ไม่กล้าสบสายตาเว่ยลั่วซานน่า
แพ้ก็คือแพ้ พวกเขาทำให้ทั้งกิลด์ผิดหวัง
ยามเว่ยลั่วซานน่าไม่พูด ความกดดันกลับยิ่งทวีขึ้น ราวกับมีชั้นน้ำแข็งที่มองไม่เห็นกดทับลงบนบ่าของทุกคนอย่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงก่อน
ความเงียบดำเนินอยู่หลายวินาที สุดท้ายซิลวานก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“เป็นความผิดของผม”
เขาถ่วงทีมทั้งทีม แถมยังถูกฝ่ายตรงข้ามเข้าประชิดตัวแย่งปืนไปถึงสองครั้ง
เขายังทำตามคำพูดที่ว่า “ครั้งหน้าฉันจะเอาชนะกลับมาให้ได้” ไม่ได้ด้วย
ฮวาอ้าวได้ยินแล้วก็อดแทรกขึ้นมาไม่ได้ “จะโทษนายทั้งหมดก็ไม่ได้หรอก หลัก ๆ ต้องโทษเจ้า ‘คนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง’ นั่นต่างหาก เจ้าเล่ห์เกินไป...”
ทีมของพวกเขามีสมาชิกหกคน ในจำนวนนี้ห้าคนพลาดท่าให้ “คนอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ที่พึ่ง” ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ผลงานช่างเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว
เก่งขนาดนี้แล้วยังจะต้องมีเพื่อนร่วมทีมไปทำไม? ตั้งทีมคนเดียวเสียเลยก็สิ้นเรื่อง
ฮวาอ้าวแอบบ่นในใจ
แต่พอคำว่า “โทษเธอที่เจ้าเล่ห์เกินไป” หลุดจากปากเขา บรรยากาศในห้องกลับหนักอึ้งขึ้นหลายส่วน
