ทันใดนั้น ตู้ไม้โบราณที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน “นี่มันอะไรกัน? เอามันออกไปได้ไหม? เสียงดังจนปวดหัวไปหมด”
รูปปั้นพลันเดือดดาล “แกต่างหากที่เป็นของ! ทั้งครอบครัวแกก็เป็นของทั้งนั้น! ข้ามีชื่อนะ! ข้าชื่อแบล็ก!”
ตู้ไม้ไม่สะทกสะท้าน “ฉันก็เป็นของจริง ๆ นั่นแหละ แต่ไม่อยากเถียงกับก้อนหินหรอก เดี๋ยวจะลดระดับตัวเองเปล่า ๆ”
นี่ไม่ได้หมายความว่ามันหาว่าแบล็กต่ำช้าหรอกหรือ?
แบล็กกำลังจะระเบิดอารมณ์อยู่แล้ว พลันได้ยินอวิ๋นเฉินเรียกมันว่า “แบล็ก?”
“ใช่!” แบล็กถูกเบี่ยงเบนความสนใจทันที มันเชิดหน้าพูดอย่างภาคภูมิใจ “ปู่ข้าตั้งให้! ฟังดูองอาจมากใช่ไหม?”
อวิ๋นเฉินพยักหน้า สีหน้าจริงจัง “ใช่ องอาจมาก เจ้าดำ”
“เจ้าดำอะไรกัน?! เรียกข้าว่าแบล็ก!”
อวิ๋นเฉินตอบ “ได้เลย เจ้าดำ”
ตู้ไม้ก็พูดตาม “ได้เลย เจ้าดำ”
แบล็ก “……”
ชีวิตแบบนี้จะอยู่ต่อไปได้ยังไง!
หลังจากหยอก “เจ้าดำ” จนอิ่มหนำ อวิ๋นเฉินจึงกลับมาจริงจัง “เรื่องถอนมนตร์ดำที่นายพูดถึง ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอก ฉันอยู่ได้แค่ในเมืองผู้เล่นหรือไม่ก็ในเกม ไปดาวต้ายื่ออะไรของนายไม่ได้”
“ได้สิ!” แบล็กกล่าวอย่างร้อนใจ “ดาวต้ายื่อของข้าก็จัดหาสถานที่เล่นเกมให้ระบบนี้เหมือนกัน ไม่แน่ว่าวันไหนเจ้าอาจได้เข้าไปก็ได้!”
“จัดหาสถานที่เล่นเกม?” อวิ๋นเฉินถามอย่างสงสัย “ที่พวกนั้นไม่ใช่ของจำลองหรอกหรือ?”
“เจ้าประเมินเทคโนโลยีของดาวฮ่วนเจียต่ำไปแล้ว” แบล็กอธิบาย “สถานที่เล่นเกมล้วนเก็บข้อมูลจากสถานที่จริงบนดาวต่าง ๆ แล้วใช้เทคโนโลยีพับมิติเพื่อฉายภาพเข้าไปในมิติเสมือน พูดอีกอย่างก็คือ นั่นเป็นภาพฉายจากสถานที่จริง!”
