รูม่านตาของทหารบาดเจ็บสั่นไหว นิ้วมือชี้ไปยังเขาอย่างสั่นเทา
“นาย... นายก็เป็น...”
เป็นสายลับเหมือนกัน
อวิ๋นเฉินช่วยเติมคำพูดสุดท้ายให้เขาในใจอย่างเห็นอกเห็นใจ
สายตาของเธอจับจ้องหลอดฉีดยาที่ถูกโยนขึ้นลง ขณะค่อย ๆ ซ่อนมือข้างที่ยื่นออกไปขอยาเมื่อครู่ไว้ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ
โชคดีที่เมื่อกี้ไม่ได้ฉีดให้เธอ ไม่อย่างนั้นคราวนี้คงตายเร็วกว่าครั้งก่อนเสียอีก
นี่มันของช่วยชีวิตที่ไหนกัน ชัด ๆ ว่าเป็นของส่งคนไปตาย
“ยา! ยามีปัญหา!” ในที่สุดเจ้าหน้าที่การแพทย์คนหนึ่งก็ได้สติ ตะโกนเสียงดังลั่น
“เพิ่งจะรู้ตัวตอนนี้หรือ? ชาติหน้าอย่าลืมฉลาดขึ้นล่ะ”
เจ้าหน้าที่แพทย์ปลอมแค่นหัวเราะ ข้อมือพลิกวูบ ปืนอนุภาคกระบอกหนึ่งก็ไถลออกจากช่องลับในกล่องยาเข้ามาอยู่ในมือ
เขายกแขนขึ้น เล็งยิงทุกคนในห้องโดยสารที่ยังยืนอยู่ นอกจากตัวเองจนล้มลงทีละคน
เพียงชั่วอึดใจเดียว ยานพยาบาลทั้งลำก็เหลือแค่เขาที่ยังมีลมหายใจ
ชายคนนั้นก้าวข้ามศพที่นอนเกลื่อนกลาด ใช้ปลายรองเท้าบูตเขี่ยแขนที่ขวางทางออก ก่อนฮึดฮัดอย่างดูแคลน “ฝีมือแค่นี้ ยังกล้ามาต่อต้านนายของฉันอีกหรือ?”
พูดจบ เขาก็เดินตามรอยเลือดไปยังห้องสื่อสาร
อวิ๋นเฉินกุมบาดแผล เดินตามไปอย่างเชื่องช้า พลางสังเกต “เจ้าหน้าที่การแพทย์” ที่เพิ่งจัดการกวาดล้างคนทั้งลำไปหมาด ๆ
ในห้องสื่อสาร ชายคนนั้นลากเก้าอี้มานั่ง นิ้วมือพิมพ์รัวบนแผงควบคุม ก่อนกดปุ่มติดต่อฉุกเฉิน
ทันทีที่หน้าจอสว่างขึ้น นักฆ่าเลือดเย็นที่เมื่อวินาทีก่อนยังมีสีหน้าเขียนชัดว่า “ฉันนี่แหละเก่งที่สุดในใต้หล้า” กลับสะอื้นน้ำตานองในวินาทีถัดมา น้ำเสียงทั้งตื่นตระหนกและเร่งร้อน ราวกับมีคนสิบคนยืนยิงปืนใส่เขาจากด้านหลัง
