หลังพำนักอยู่บนดาวฮ่วนเจียมาหลายสิบวัน ในที่สุดอวิ๋นเฉินก็ออกเดินทางท่องอวกาศอย่างเป็นทางการ
บนยานมีเพียงเธอกับฝูเสี่ยวไกว ระบบขับเคลื่อนทำงานอัตโนมัติตลอดเวลา อวิ๋นเฉินแค่กำหนดจุดหมาย ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยาน
จุดหมายแรกที่เธอเลือกคือดาวต้ายื่อ
ประการแรก ดาวต้ายื่ออยู่ใกล้ดาวฮ่วนเจียที่สุด ประการที่สอง เธอยังจำได้ว่ารับปากตระกูลสีไว้ หากไปถึงเร็ว ก็จะช่วยพวกเขาคลายคำสาปได้เร็วขึ้น และยังรับค่าตอบแทนได้อีกด้วย
ห้าวันต่อมา ยานก็มาถึงดาวต้ายื่อ
เคอโยวแจ้งจีอู๋ไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเมื่ออวิ๋นเฉินมาถึง จีอู๋จึงเป็นคนมารับเธอ
เธอมาคนเดียว ไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีขบวนต้อนรับ
อวิ๋นเฉินไม่ชอบทำเรื่องเล็กให้เอิกเกริก จีอู๋จึงไม่จัดพิธีการโอ่อ่าที่ดูเสแสร้งเหล่านั้นเช่นกัน
“องค์หญิง ไม่ได้พบกันเสียนาน” จีอู๋พยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางของเธอไม่ต่างจากตอนที่อวิ๋นเฉินพบในเกมก่อนหน้านี้เลย
อวิ๋นเฉินลงจากยาน แล้วยิ้มให้เธอ “ไม่ได้พบกันเสียนาน จีอู๋”
ฝูเสี่ยวไกวที่เกาะอยู่บนไหล่อวิ๋นเฉินโบกปีกเล็ก ๆ ทักทายอย่างกระตือรือร้น “ท่านจีอู๋ วันนี้ท่านก็ยังเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนเดิมเลยนะ!”
หลังออกจากเกม มันก็ฟื้นความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว
ในอดีต เผ่าค้างคาวมารบนดาวต้ายื่อประสบภัยพิบัติ หากไม่ได้จีอู๋ช่วยไว้ มันที่เป็น “ตัวสุดท้ายของเผ่า” คงไม่มีโอกาสรอดมาจนถึงวันที่เคอโยวพาตัวไปด้วยซ้ำ
คราวนี้ได้ติดตามเจ้านายกลับมายังดาวต้ายื่อ มันจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเอาชนะปมในใจให้ได้
แม้แต่ตี๋ซิวซือที่กลัวน้ำแทบตายยังเอาชนะความกลัวในเกมได้ แล้วมันซึ่งเป็นสายเลือดสุดท้ายของเผ่าค้างคาวมารผู้ยิ่งใหญ่ จะยอมแพ้ได้อย่างไร!
จีอู๋มองท่าทางสดใสมีชีวิตชีวาของมัน แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดูเหมือนว่าเธอจะใช้ชีวิตบนดาวฮ่วนเจียได้ดีทีเดียว”
“แน่นอนอยู่แล้ว! เพราะฉันได้พบเจ้านายของฉัน!” ฝูเสี่ยวไกวเชิดอกอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเอาหัวถูไถลำคอของอวิ๋นเฉิน
อวิ๋นเฉิน “...” ชวนขนลุกนิดหน่อย
แต่เธอไม่ได้ผลักมันออก
ฝูเสี่ยวไกวไม่ได้กำลังโอ้อวด มันแค่กำลังบอกคนที่เคยช่วยชีวิตมันว่า ตอนนี้มันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง
