ร่างแท้ของอวิ๋นเฉินอยู่บนโลกสีน้ำเงิน เธอจึงตื่นขึ้นมาที่นั่น ก่อนจะเดินทางกลับดาวฮ่วนเจียไปพร้อมยานอวกาศขากลับ
ระหว่างดาวทั้งสองมีทะเลดวงดาวกว้างใหญ่คั่นอยู่ ยานอวกาศต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนกว่าจะไปถึง
ตลอดช่วงเวลานี้ การติดต่อผ่านวิดีโอระหว่างเคอโยวกับฝูเสี่ยวไกวแทบไม่เคยขาด ทั้งคู่คอยเช็กว่าเธอบินไปถึงพิกัดไหนแล้ว
ความติดหนึบของทั้งสองทำให้อวิ๋นเฉินเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า “ภาระอันแสนหวาน” เป็นอย่างไร
ในที่สุด หนึ่งเดือนต่อมา ยานอวกาศก็มาถึงดาวฮ่วนเจีย
ยานไม่ได้จอดเทียบท่าที่ท่าเรือทั่วไป แต่บินทะลุม่านป้องกันเหนือพระราชวัง แล้วลงจอดที่ลานหน้าตำหนักโดยตรง
ประตูยานเปิดออก อวิ๋นเฉินก้าวลงบนแผ่นดินที่ไม่ได้เหยียบมานาน
“นายท่าน! ในที่สุดท่านก็มาแล้ว—”
ฝูเสี่ยวไกวที่รอมานานส่งเสียงร้องด้วยความยินดี กางปีกพุ่งเข้าหาเธอราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ขนาดจิ๋ว
แต่บินไปได้ครึ่งทาง ก็ถูกมือข้างหนึ่งสกัดไว้แล้วโยนไปด้านข้าง
เคอโยวเดินมาหยุดตรงหน้าอวิ๋นเฉิน แววตาเย็นชาค่อย ๆ อ่อนลงทีละน้อย
เธอมองอวิ๋นเฉินราวกับต้องการยืนยันว่าอีกฝ่ายกลับมาจริง ๆ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่สาว ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
อวิ๋นเฉินไม่พูดอะไร เพียงกางแขนออก
ดวงตาของเคอโยวร้อนผ่าว เธอโผเข้ากอดพี่สาวแน่น
ชาติที่แล้ว ก่อนอวิ๋นเฉินจะมุ่งหน้าไปสู่ความตาย การพบกันครั้งสุดท้ายของพวกเธอคือการกอดกัน ส่วนการพบกันครั้งแรกหลังข้ามผ่านความเป็นความตายมาพบกันในวันนี้ ก็ยังเป็นอ้อมกอดเดิม
ฝูเสี่ยวไกวที่ถูกโยนไปด้านข้างรู้กาลเทศะดี จึงไม่เข้าไปรบกวน เพียงนั่งยอง ๆ วาดวงกลมบนพื้นอย่างน้อยใจ
ไม่ใช่แค่มันเท่านั้น ข้าง ๆ ยังมีหยวนฝู่ยืนนิ่งตัวตรงราวกับหอก
เขามองสองคนที่กอดกัน สีหน้าซับซ้อนจนบรรยายไม่ถูก
ใครจะคิดว่าอวิ๋นเฉินที่ทำเอาผู้ดูแลเกมปั่นป่วนจนหัวหมุน จะเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของเจ้าดาว?
ขณะใจสับสน เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ก่อนหน้านี้...เขาคงไม่ได้ล่วงเกินเธอเท่าไรหรอกกระมัง? เขาแค่โดนเธอตอกกลับ ไม่ได้เถียงคืนใช่ไหม?
หลังสองพี่น้องผละออกจากกัน สายตาของอวิ๋นเฉินก็เลื่อนไปหยุดที่หยวนฝู่
หยวนฝู่เผลอยืดหลังตรงโดยไม่รู้ตัว
