ทุกคนมองไปตามทิศทางที่เขาชี้ แม้แต่นั่วถีซาหยากับซิลวานก็ยังหันไปตามคำพูดนั้น
ไม่ไกลนัก เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความสงบสองคนกำลังยืนรักษาความเป็นระเบียบอยู่ริมลานกว้าง
ลำโพงที่ห้อยอยู่ตรงเอวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นสี รูปทรง หรือแม้แต่สัญลักษณ์สีน้ำเงินเล็ก ๆ ที่ดูไม่สะดุดตาบนนั้น ล้วนเหมือนกับอันที่ตี๋ซิวซือถืออยู่ทุกประการ
เชียนเย่พลันเข้าใจขึ้นมา “จริงด้วย ด้านข้างลำโพงมีสัญลักษณ์กังหันลมสีน้ำเงินที่เป็นเครื่องหมายเฉพาะของสถานีรักษาความสงบ ฉันก็ว่าทำไมถึงคุ้นตานัก!”
ฮวาอ้าวอ้าปาก ครุ่นคิดวนเวียนถึงคำว่า “หน่วยรักษาความสงบ” “ลำโพง” และ “ตี๋ซิวซือ” ในหัว แต่ก็ยังหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลไม่ได้ “ถ้าอย่างนั้นลำโพงของพวกเขาก็มาจากหน่วยรักษาความสงบงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง? ทำไมหน่วยรักษาความสงบถึงให้พวกเขายืมลำโพงล่ะ?”
สมาชิกทีมอ้าวรุ่ยทีคังทุกคนต่างคิดไม่ตกกับคำถามนี้
เพราะในฐานะผู้เล่นธรรมดาที่เคารพกฎและปฏิบัติตามกฎหมาย พวกเขาคงไม่มีวันนึกถึงเรื่องที่ว่าอวิ๋นเฉินกับพวกพ้องแย่งลำโพงมาจากหน่วยรักษาความสงบ
พูดให้ถูกคือ จะเรียกว่าแย่งก็ไม่เชิง ต้องเรียกว่า “ใช้ความสามารถของตัวเองเอามาได้”
อีกด้านหนึ่ง หวงฝู่ซียืนกอดอกอยู่ข้างตี๋ซิวซือ เสียงตะโกนของเขาทำเอาหูเธออื้อไปหมด “นี่ ยังไม่เริ่มจับฉลากเลยนะ ตอนนี้นายก็ประกาศชื่อท้าทายเขาเสียแล้ว ถ้าสักครู่จับไม่ได้ทีมอ้าวรุ่ยทีคังขึ้นมา นายไม่กระอักกระอ่วนแย่เหรอ?”
“ฉันรู้น่า” ตี๋ซิวซือลดลำโพงลง แล้วเช็ดละอองน้ำลายที่มุมปาก
