ที่จริงก็มีส่วนที่จงใจอยู่บ้าง แต่ไม่คิดเลยว่ารถจะพุ่งชนเข้ามาตรง ๆ แบบนี้ เกินความคาดหมายของเขาไปมาก
ตอนนั้นเอง หมิ่นอิ่งซินกับฮวาคงหลิงก็ลงจากรถอย่างลนลาน
พอเห็นคนที่นอนอยู่บนพื้น หมิ่นอิ่งซินก็เปลี่ยนจากรู้สึกผิดเป็นตกตะลึง ชี้นิ้วไปที่เขา พูดตะกุกตะกักว่า “นะ...นี่คุณกำลังแกล้งถูกรถชนเรียกค่าเสียหายเหรอ?”
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อเลยสักนิด เช่นเดียวกับอวิ๋นเฉิน ว่าอู๋หม่าจะถูกรถชนจริง ๆ
สีหน้าของฮวาคงหลิงเองก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ในความเข้าใจของเธอ คนจากวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความเงียบมักวางตัวเหนือโลกีย์และลึกลับยากหยั่งถึง ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคนทำเรื่องอย่างการขวางรถ
อู๋หม่าเอ่ยขอโทษหมิ่นอิ่งซินด้วยสีหน้ารู้สึกผิดก่อน จากนั้นจึงหันไปมองอวิ๋นเฉินแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ผมอยากคุยกับคุณ”
อวิ๋นเฉินหัวเราะเยาะ “อยากคุยกับฉัน ก็เลยใช้วิธีทำร้ายตัวเองแบบนี้งั้นเหรอ? คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะรู้สึกผิดหรือไง?”
อู๋หม่าก้มมองขาที่หักของตัวเอง “...เกิดเหตุไม่คาดฝันนิดหน่อย”
เขาตั้งใจใช้วิธีที่ไม่เหมือนใครแบบนี้จริง ๆ เพราะในสถานการณ์ปกติ อวิ๋นเฉินคงไม่ยอมฟังเขาพูด เหมือนคราวก่อนนั่นแหละ แต่ในแผนที่เขาคิดไว้ อย่างมากก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ใครจะไปคิดว่าตอนนี้ถึงกับขาหัก
“อยากคุยเรื่องอะไร” อวิ๋นเฉินคร้านจะเสียเวลากับเขา “ตอนนี้กติกาเกมห้ามฆ่ากันแล้ว พวกคุณสิบกิลด์ยังมีอะไรต้องกังวลอีก?”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น” อู๋หม่าช้อนหน้าขึ้น จ้องเธออย่างแน่วแน่ “เรื่องที่ผมอยากคุยคือ ‘การชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย’”
