อวิ๋นเฉินถูกกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น จึงรินเครื่องดื่มใส่แก้วให้ตัวเองนิดหนึ่งแล้วลองชิม
อืม รสสัมผัสแปลกไปหน่อย แต่ก็หวานจริง ๆ ขาดความเผ็ดร้อนและความซาบซ่าที่แอลกอฮอล์มอบให้
ไม่ชอบเลย
ถูกทำท่ารังเกียจใส่ ตี๋ซิวซือก็ไม่ยอมแพ้ เขาตบโต๊ะแล้วโวยวายว่า “แบบนี้จะเรียกว่าเหล้าไม่ได้ยังไง! นี่คือเหล้าชั้นเลิศของราชวงศ์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในคาเอ๋อหลัวของพวกเรา! พวกเธอรู้จักชิมเป็นไหม!”
หวงฝู่ซีตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “เหล้าแรงของโลกสีน้ำเงินต่างหากถึงจะเรียกว่าเหล้าของจริง!”
“เหล้าของคาเอ๋อหลัวเป็นที่หนึ่งในจักรวาล!” ตี๋ซิวซือลุกขึ้นยืนตาม ท่าทางฮึดฮัดเอาเรื่อง
“ของโลกสีน้ำเงินอร่อยที่สุด!”
“ของคาเอ๋อหลัวอร่อยที่สุด!”
“โลกสีน้ำเงิน!”
“คาเอ๋อหลัว!”
“……”
ทั้งสองคนตะโกนใส่กันข้ามโต๊ะราวกับไก่ชน เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ดูท่าจะลงไม้ลงมือกันเสียให้ได้
หมิ่นอิ่งซินมองอยู่ข้าง ๆ อย่างอกสั่นขวัญแขวน ก่อนจะหันไปถามอวิ๋นเฉินด้วยเสียงเบาอย่างกังวลว่า “หัวหน้าทีม เราควร…ห้ามพวกเขาไหมคะ?”
อวิ๋นเฉินเท้าคางด้วยมือข้างเดียว แกว่งแก้วที่มีของเหลวใสอยู่ก้นแก้วอย่างเกียจคร้าน น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยพวกเขาเถอะ หลังแข่งก็ต้องผ่อนคลายกันหน่อย ทะเลาะกันบ้างดีต่อสุขภาพ”
แต่ผลของการปล่อยไว้ไม่ยุ่งก็คือ—สถานการณ์ยิ่งบานปลาย จนกลายเป็น “โต้วาทีรสนิยมประจำดาวเคราะห์” อย่างจริงจัง
ทีมตัวแทนคาเอ๋อหลัวประกอบด้วยตี๋ซิวซือ ฮวาเจิ้งหาว และฮวาคงหลิง
