ภายในห้องสงบ กลิ่นกำยานไม้จันทน์ลอยอวล
ซูมู่หว่านมองลู่หยวน สีหน้าหนักอึ้งยิ่งกว่าครั้งไหน
“พลังมังกรกับพลังแท้ในกายเจ้ายังปะปนกัน ไม่อาจหลอมรวมเป็นหนึ่ง แม้ดูแข็งแกร่ง แต่รากฐานกลับยังไม่มั่นคง ยามนี้สิ่งต้องห้ามที่สุดคือการต่อสู้กับผู้อื่น หากกระตุ้นบาดแผลเก่าขึ้นมา...”
คำพูดของนางค่อย ๆ แผ่วลง ภายใต้สายตาสงบนิ่งของลู่หยวน
“ปราชญ์ใหญ่ซู” ลู่หยวนเอ่ยเสียงราบเรียบ “แค่จัดการขยะไม่กี่ชิ้น ยังไม่ถึงกับต้องใช้กำลังทั้งหมด”
เขาลุกขึ้น เดินไปริมหน้าต่าง ทอดสายตามองจันทร์กระจ่างเย็นเยียบด้านนอก
“ข้าขอยืมสถานที่แห่งนี้ เข้าฌานปิดด่านสักคืน”
คืนเดียวหรือ?
ซูมู่หว่านชะงัก พลังที่ปะปนกันยุ่งเหยิงเช่นนี้ หากต้องการหลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างสมบูรณ์ ต่อให้มีเคล็ดวิชาขั้นสวรรค์ ก็ยังต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนักหลายเดือน แล้วเวลาเพียงคืนเดียวจะทำอะไรได้?
นางกำลังจะเกลี้ยกล่อมต่อ แต่กลับเห็นลู่หยวนค่อย ๆ หลับตาลง
ชั่วพริบตาถัดมา
เจตจำนงสูงส่งเหนือสิ่งใดซึ่งไม่อาจบรรยายเป็นคำพูด แผ่ขยายจากจวนซูราวกับคลื่นไร้เสียง กวาดปกคลุมนครเทียนเหอทั้งเมืองในพริบตา!
……
จวนเจ้าเมือง ห้องลับ
หัวหน้าสายลับที่องค์รัชทายาทจ้าวเหิงทิ้งไว้ ชายวัยกลางคนชุดดำผู้มีพลังถึงขั้นเทวมนุษย์ชั้นสอง กำลังหารือกับผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทหลายคน
“‘ค้างคาวผี’ ขาดการติดต่อ ลู่หยวนผู้นี้เกรงว่าจะยังไม่ตาย อีกทั้งพลัง...”
