ห่างจากนครศิลาดำออกไป 30 ลี้ มีช่องเขาเฮยเฟิงอยู่แห่งหนึ่ง
ที่นี่เป็นช่องเขาตามธรรมชาติท่ามกลางขุนเขา ทั้งยังเป็นเส้นทางการค้าสายเดียวที่เชื่อมเมืองชั้นนอกกับเมืองใกล้เคียง
หนึ่งชั่วยามต่อมา เงาร่างของลู่หยวนก็ปรากฏขึ้นที่ปลายทางภูเขา
เขาถือดาบเฮยซ่า เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสะบัดพลิ้วไปตามลมภูเขา เพียงลำพังท่ามกลางทิวทัศน์รกร้างรอบด้าน ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน
ดวงตาหลายคู่ที่แฝงเจตนาร้ายในป่าสองข้างทางจับจ้องเขามานานแล้ว
“โอ้ เจ้ายาจกมาจากไหนกัน ถึงได้กล้าเดินทางสายนี้คนเดียว?”
“ดูรูปร่างมันสิ ไม่แน่ว่าคงเป็นทาสที่หนีออกมาจากในเมืองกระมัง”
โจรภูเขาเจ็ดแปดคนแบกอาวุธหลากชนิดเดินออกมาจากป่า ขวางทางลู่หยวนไว้จนมิด
หัวหน้าโจรเลียริมฝีปาก สายตาจับจ้องดาบเฮยซ่าในมือของลู่หยวน
“ไอ้หนู วางดาบในมือไว้ แล้วส่งของมีค่าทั้งหมดที่มีมาให้พวกข้า วันนี้พวกข้าอารมณ์ดี จะไว้ชีวิตเจ้าไว้สักครั้ง”
ลู่หยวนหยุดยืน กวาดตามองคนเหล่านั้นอย่างสงบนิ่ง “สินค้าของตระกูลหวัง พวกเจ้าปล้นไปหรือ?”
พวกโจรภูเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ! ที่แท้ก็เป็นคนที่ตระกูลหวังหามาช่วยนี่เอง?”
“มีแค่เจ้าน่ะหรือ? ตระกูลหวังไม่มีคนแล้วหรือ ถึงได้ส่งเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้ามาตาย?”
หัวหน้าโจรชี้ดาบใส่ลู่หยวน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ในเมื่อเจ้ามาออกหน้าแทนตระกูลหวัง วันนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไป! พอดีเลย ข้าจะตัดหัวเจ้า ส่งกลับไปให้ตระกูลหวังดูต่างหน้า!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง โจรภูเขาคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังก็อดรนทนไม่ไหว ยกขวานใหญ่ฟันลงใส่ศีรษะลู่หยวน
ลู่หยวนไม่แม้แต่จะยกเปลือกตาขึ้น
มือขวาของเขาขยับ ดาบเฮยซ่าที่ถืออยู่พลันแปรเป็นแสงสีดำสายหนึ่ง
เขาไม่เคยฝึกวิชาดาบใด ๆ เลย ใช้เพียงท่าฟันลงกับฟันเฉือนอย่างง่ายที่สุด
แม้ไม่มีเคล็ดกระบวนท่าใด ๆ แต่อาศัยพละกำลังมหาศาลของลู่หยวน ก็ยังสำแดงอานุภาพได้อย่างน่าครั่นคร้าม!
“ฉัวะ!”
