จวนองค์ชายสาม ห้องหนังสือ
บนพรมเปอร์เซียราคาแพง ร่างหนึ่งกลิ้งคลุกคลานเข้ามาอย่างทุลักทุเล เป็นชายหนุ่มสวมชุดลายงูเหลือมผู้นั้น
ทั่วทั้งร่างของเขาสั่นเทา ฟันกระทบกันกึก ๆ จนไม่อาจเอ่ยถ้อยคำให้ครบประโยค
“สวะ”
หลังโต๊ะหนังสือ องค์ชายสามจ้าวอวี้ผู้สวมชุดมังกรน้ำมีสี่กรงเล็บไม่แม้แต่จะเงยหน้า เพียงลูบคลำจอกแก้วใสแวววาวในมือ
เบื้องหน้าเขา ที่ปรึกษาไว้เคราแพะกระแอมเบา ๆ ก่อนกล่าวกับชายหนุ่มว่า “องค์ชายตรัสถามเจ้าอยู่ จงตอบมา”
ชายหนุ่มชุดลายงูเหลือมสะดุ้งเฮือก เขาฝืนข่มความหวาดกลัวที่ฝังลึกถึงไขกระดูก แล้วเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในลานหลังของเหวินเซียงจวีอย่างละเอียด เมื่อเอ่ยทวนประโยคสุดท้ายที่ลู่หยวนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ อากาศทั่วห้องหนังสือก็ราวกับแข็งตัว
“...เขาบอกว่า หากอยากพบเขา พรุ่งนี้เวลานี้ องค์ชาย...องค์ชายต้องเสด็จไปด้วยพระองค์เอง”
“หรือไม่ก็...” ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย เสียงเบาราวยุง “พรุ่งนี้เขาจะไป ‘เยี่ยมเยียน’ พระองค์”
“กร๊อบ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ
จอกแก้วมูลค่านับหมื่นตำลึงในมือจ้าวอวี้ถูกบีบจนแหลกละเอียด ผงแก้วร่วงกราวผ่านซอกนิ้ว
เขาไม่ได้เดือดดาล บนใบหน้ายังมีรอยยิ้มสนอกสนใจ ทว่ารอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา
“ไอ้บ้านนอกที่มาจากเมืองชั้นนอก กล้าสั่งให้ข้าไปพบมันหรือ?” จ้าวอวี้เงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตาจับจ้องที่ปรึกษา “ท่านอาจารย์ว่า น่าขันหรือไม่?”
ที่ปรึกษาเคราแพะค้อมกายตอบ “องค์ชาย คนผู้นี้ห้าวหาญไม่กลัวตาย อีกทั้งฝึกกายาจนแข็งแกร่งเกินสามัญสำนึก คนตระกูลลู่ในเมืองชั้นในกว่าสามร้อยชีวิต คือบทเรียนให้เห็นอยู่แล้ว หากปะทะตรง ๆ กับคนหนังเหนียวเช่นนี้ มิใช่แผนการที่ดี”
