ร้านผ้าตระกูลหลิน
ลู่หยวนยืนรออยู่ตรงหัวมุมถนนครู่หนึ่ง ไม่นานประตูร้านผ้าก็เปิดออก ลู่ฉิงเดินออกมาจากข้างใน โบกมือลาหลินเสี่ยวชุ่ย ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ มาหาลู่หยวน
“พี่ชาย จัดการธุระเสร็จหรือยัง?” ลู่ฉิงเงยหน้ามองลู่หยวน
“เสร็จแล้ว ไปกันเถิด วันนี้กินของดีสักมื้อ” ลู่หยวนจูงมือนาง มุ่งหน้าไปยังตลาด
ทั้งสองเดินเบียดเสียดผู้คนไปตามถนน
ลู่หยวนล้วงเศษเงินหนักห้าตำลึงออกจากอกเสื้อ แล้วนำไปแลกเป็นเหรียญทองแดงหนึ่งพวงที่ร้านแลกเงินตรงปากถนน
เมื่อเดินมาถึงร้านของกินปรุงสุก เขาสั่งไก่ย่างหนังเกรียมเหลืองสองตัว จากนั้นไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อแป้งขาวร้อน ๆ สิบกว่าลูกจากร้านข้าง ๆ ก่อนจะหิ้วน้ำเต้าหู้หวานมาหม้อหนึ่ง
ลู่ฉิงมองอยู่ข้าง ๆ ดวงตาเบิกกว้าง
ตลอดความทรงจำหลายปีที่ผ่านมา ต่อให้เป็นช่วงเทศกาล พวกเขาก็ยังไม่เคยได้กินอาหารเต็มโต๊ะเช่นนี้
“พี่ชาย เงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?” ลู่ฉิงกระตุกชายเสื้อลู่หยวน เสียงเบาหวิว ราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน
“ผู้ดูแลท่าเรือเห็นว่าข้ามีเรี่ยวแรง จึงเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าคนงาน ทั้งยังจ่ายค่าแรงล่วงหน้าหนึ่งเดือน”
ลู่หยวนยัดห่อกระดาษที่ใส่อาหารจนเต็มใส่อ้อมแขนลู่ฉิง “ถือไว้ให้ดี ต่อไปนี้พวกเราจะได้กินเนื้อทุกวัน”
ลู่ฉิงกอดอาหารอุ่น ๆ ไว้ กลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความสุขใจ
สองพี่น้องเดินกลับบ้านไปตามตรอกแคบ
แสงอัสดงยามเย็นสาดลงบนชายคาพังทลายในเขตเมืองชั้นนอก ฉาบแอ่งน้ำสกปรกบนพื้นให้เป็นสีแดงหม่น
เมื่อกลับถึงบ้าน
ลู่หยวนเช็ดโต๊ะไม้เก่าให้สะอาด แล้ววางไก่ย่างกับซาลาเปาไส้เนื้อเรียงลงไป
กลิ่นหอมของอาหารแผ่ซ่านไปทั่วห้องคับแคบอย่างรวดเร็ว
