แอ่งกระทะเงียบงันไร้ชีวิต
สายลมหยุดพัด
กลิ่นคาวเลือดปนกับกลิ่นไหม้ฉุนจากไอวิญญาณที่ระเหยไป แทงเข้าสู่โพรงจมูก
บรรพชนตระกูลหวังกับพระชราจากวัดจินกังที่รอดชีวิตยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อน
ทั้งสองมองลู่หยวนที่คุกเข่าข้างเดียว หอบหายใจอย่างหนัก มองรอยแตกร้าวสีทองบนร่างที่ขยายลึกขึ้นเรื่อย ๆ และมองโลหิตสีทองซึ่งซึมออกจากรอยแตก หยดลงกัดกร่อนพื้นจนเกิดเสียงฉ่า ในดวงตาของพวกเขามีความละโมบสามส่วน และความหวาดกลัวเจ็ดส่วน
โอกาส
โอกาสที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปี
สัตว์ประหลาดที่สังหารยอดฝีมือขั้นเทวมนุษย์ระดับ 4 ได้ราวกับเชือดสุนัข บัดนี้ลมหายใจอ่อนแรงถึงขีดสุด ราวกับเพียงสายลมพัดผ่านอีกระลอกก็จะทำให้วิญญาณของเขาสลายไป
ขอเพียงสังหารเขา เคล็ดวิชาสูงส่งไร้เทียมทานที่ผสานวิชาหลายแขนงเข้าด้วยกัน รวมถึงหยกหัวใจมังกรที่จักรพรรดินีมอบให้ด้วยพระองค์เอง ก็จะตกเป็นของพวกเขา
แต่...
ภาพร่างสองร่างที่ถูกลบหายไปจากโลกอย่างไร้ร่องรอย สลักลึกลงในวิญญาณของพวกเขาราวกับรอยตรา ทำให้มือเท้าเย็นเฉียบ ไม่กล้าก้าวเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว
“อมิตาภพุทธ...”
พระชราจากวัดจินกังเค้นถ้อยคำสี่พยางค์ออกมาจากลำคอแห้งผาก เขาคิดจะพูดบางอย่าง อาจหยั่งเชิงหรือข่มขู่
แต่ลู่หยวนไม่สนใจเขาเลย
ท่ามกลางสายตาฉงนสงสัยของทั้งสอง ลู่หยวนใช้ดาบเฮยซ่าที่ปักอยู่บนพื้นพยุงกาย ก่อนจะโงนเงนลุกขึ้นยืน
