เส้นทางภูเขาเงียบงัน
เหลือเพียงผู้ดูแลคนนั้นที่กุมข้อมือบิดเบี้ยวของตน กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นพร้อมส่งเสียงร้องโหยหวน เสียงกรีดร้องแหลมสูงก้องสะท้อนทั่วหุบผาอินทรีครวญอันคับแคบ ชวนให้ขนลุกยิ่งนัก
ลู่หยวนปล่อยมือ ก่อนกลับเข้าไปในรถม้า ราวกับเพียงปัดฝุ่นออกจากมือเล็กน้อย
องครักษ์ตระกูลซุนกว่าร้อยคนรอบข้างต่างชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ
พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมา ย่อมมองออกว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
ความเร็วที่มือข้างนั้นพุ่งออกไป ความแม่นยำในการคว้าข้อมือ การระเบิดพลังในชั่วพริบตา...ไร้ท่วงท่าเกินจำเป็นแม้แต่น้อย เพียงกระบวนท่าเดียวก็ทำให้ยอดฝีมือขั้นหลอมกายเจ็ดชั้นคนหนึ่งหมดสภาพ
ความหยิ่งผยองบนใบหน้าซุนเฟยเฟยแข็งค้าง แทนที่ด้วยสีแดงก่ำจากความอับอาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโทสะเดือดดาล
“ไร้ประโยชน์!” นางถ่มน้ำลายใส่ผู้ดูแลที่กำลังร้องโหยหวนอยู่บนพื้น จากนั้นหันขวับ เสียงแหลมบาดหูแทบทะลุแก้วหูผู้คน
“พวกเจ้าตาบอดกันหมดหรือ! จัดการมัน! ฆ่ามันเสีย! คนในรถม้าพัง ๆ คันนั้น ถ้าเป็นผู้ชายก็สับให้แหลกแล้วเอาไปป้อนหมา ส่วนผู้หญิง...”
สายตาอาฆาตของนางกวาดไปยังลู่ฉิงที่อยู่หลังหน้าต่างรถม้า นางยังพูดไม่ทันจบ
“พี่หญิง! พอเถิด!”
ซุนจิ่งสิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หน้าซีดเผือด เขาคว้าแขนนางไว้ทันที น้ำเสียงสั่นระริก
แม้เขาจะหยิ่งทะนง แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ คนที่มีฝีมือเช่นนั้น มิใช่คู่ต่อสู้ที่องครักษ์ของพวกเขาจะจัดการได้ง่าย ๆ
“ไสหัวไป!” ซุนเฟยเฟยสะบัดมือของน้องชายออกอย่างแรง ท่าทางคลุ้มคลั่ง
