ขณะที่เฉินหยางกำลังคิดเช่นนั้น
กริ๊ง กริ๊ง โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นในเวลานี้
เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ใบหน้าสวยงามของเสิ่นจิ้งก็เปลี่ยนไปทันที
เธอหันไปส่งสัญญาณให้เฉินหยางเงียบ จากนั้นก็กดรับสาย
"ฮัลโหล!"
"ซูหมิงอวี่ นายคิดจะทำอะไร?"
เพราะไม่ได้เปิดลำโพง เฉินหยางจึงไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไร
แต่จากท่าทีและน้ำเสียงที่เสิ่นจิ้งพูด เฉินหยางก็เดาออกว่า คนที่โทรมาคือสามีของเธอ
"ซูหมิงอวี่ นายมันสารเลว! ฉันบอกนายนะ ฝันไปเถอะถ้าจะให้ฉันออกจากบ้านตัวเปล่าแล้วหย่า! เว้นแต่นายจะคายเงินที่ยักยอกของฉันออกมา!"
"ฮัลโหล ฮัลโหล..."
"ไอ้สัตว์ ไอ้เลว กล้าดียังไงมาวางสายฉัน?"
เพี๊ยะ!
ด้วยความโกรธที่รุนแรงเกินไป เสิ่นจิ้งปาโทรศัพท์มือถือลงกับพื้นอย่างแรง
โทรศัพท์แตกเป็นเสี่ยง ๆ
และหลังจากที่ทิ้งโทรศัพท์ไป เสิ่นจิ้งก็โผเข้ากอดในอ้อมอกของเฉินหยาง แล้วร้องไห้โฮออกมา
เฉินหยางนิ่งอึ้งไปเลย
เขาไม่เคยฝันเลยว่า สาวสวยรวยเงินคนนี้จะโผเข้ามาหาในอ้อมอกของเขา
ร่างกายของเฉินจิ้งนุ่มนิ่มและหอมกรุ่น
ตอนนี้เธอซบอยู่ในอ้อมอกของเฉินหยาง เขาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
เพราะถ้าเขาขยับเพียงนิดเดียว เขาก็จะสัมผัสโดนความนุ่มนิ่มมหึมาสองก้อนนั้น
เฉินหยางนิ่งราวกับท่อนไม้ ปล่อยให้น้ำตาของเธอซึมเปียกชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยของเขา
ในขณะเดียวกัน เฉินหยางก็พอเข้าใจแล้วว่า ทำไมเสิ่นจิ้งถึงดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์ ทำไมเธอถึงทำลายข้าวของในบ้านพังเสียหายขนาดนี้
ที่แท้ ผู้ชายของเธอต้องการจะหย่ากับเธอ และดูเหมือนจะยักยอกเงินของเธอไปไม่น้อยเลย
หลังจากร้องไห้อยู่นาน ในที่สุด เสิ่นจิ้งถึงได้เงยหน้าขึ้นมา เช็ดน้ำตาที่หางตา จากนั้นก็ตาแดงก่ำพูดใส่เฉินหยางอย่างเกรี้ยวกราดว่า "พวกนายน่ะมันเลวทุกคน! เลว!"
"บอกมาสิ ทำไมถึงไม่นอนกับฉัน? พวกนายผู้ชายน่ะ ไม่ชอบใจกับนังสาม นังสี่ พวกสตรีต่ำทรามหรอกหรือ?"
อยู่ ๆ เสิ่นจิ้งก็เหมือนเป็นบ้าไปแล้ว เอาแต่ถามคำถามกับเฉินหยาง
ตอนนี้เฉินหยางเข้าใจถ่องแท้แล้วว่า ที่แท้ พี่เสิ่นก็เพราะว่าผู้ชายของเธอมีชู้ จึงได้หย่ากับเธอเช่นนี้นี่เอง!
เมื่อคิดดูสักครู่ เฉินหยางก็พูดว่า "พี่เสิ่น มีคำพูดหนึ่งที่ผมไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่ควรพูด?"
"พูดมา!"
เฉินหยางลังเลไปชั่วขณะ จากนั้นก็พูดว่า "ผมว่าถ้าคนสองคนไม่ได้รักกันแล้ว ก็แยกจากกันด้วยดี ๆ เถอะ จะมามัวทำให้เป็นเหมือนศัตรูคู่แค้นกันไปทำไมเล่า!"
ฮึ!
เสิ่นจิ้งได้ฟัง อยู่ ๆ ก็หัวเราะออกมาทั้งที่ยังโกรธอยู่
"เธอคิดว่าฉันไม่อยากหย่ากับเขาหรือ? แต่เธอรู้หรือเปล่า? เจ้าหมานั่นหลายปีมานี้ อาศัยฉันกิน อาศัยฉันใช้ ถ้าไม่มีบ้านตระกูลฉัน เขาจะมีตำแหน่งหน้าที่อย่างทุกวันนี้ได้ยังไง?"
"ยังมีอีก เจ้าหมานั่นรวมหัวกับนังแพศยานั่น สมรู้ร่วมคิดกันยักย้ายถ่ายเทเอาทรัพย์สมบัติที่เป็นของฉันไปจนหมด แม้กระทั่งวิลล่าหลังนี้ ก็ยังถูกโอนไปเป็นชื่อของนังแพศยานั่น?"
"เธอบอกฉันสิ ฉันตอนนี้ก็จนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ฉันต้องไปทำให้ไอ้คู่สวาทนั่นสมหวังทำไมกัน?"
เมื่อฟังเสิ่นจิ้งพูดอย่างโกรธแค้นเช่นนี้ เฉินหยางก็ถึงได้เข้าใจสาเหตุในที่สุด
ที่แท้ แม่ม่ายสาวสวยผู้ร่ำรวยที่ดูมีความสุขคนนี้ แท้จริงแล้วกลับเป็นหญิงผู้น่าสงสารที่ถูกสามีนอกใจ และถูกยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปจนหมดสิ้น!
มองดูเธอที่มีน้ำตาคลอเบ้าอย่างนั้น อยู่ ๆ เฉินหยางก็รู้สึกว่าเธอช่างน่าสงสารเหลือเกิน
"อึก อึก อึก!"
"ไอ้เลว! ทำไมต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย?"
"ทำไม?"
อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์แรงขึ้นเรื่อย ๆ เสิ่นจิ้งเริ่มสติเลือนลางแล้ว
เธอทั้งตัวล้มโครมลงไปนอนที่พื้นอย่างมึนงง และยังมีอาการอาเจียนออกมาด้วย
เห็นเธอเป็นเช่นนั้น เฉินหยางรีบเข้าพยุงตัวเธอขึ้นมา
แต่ทันทีที่พยุงตัวเธอ เสิ่นจิ้งก็โอบกอดคอของเฉินหยางไว้ทันที จากนั้น ริมฝีปากสีแดงสดก็ปิดลงบนปากของเฉินหยาง
ถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัว หัวสมองของเฉินหยางก็เกิดเสียงดังตูมตามขึ้นมาทันที
ยังไม่ทันให้เฉินหยางได้ตอบสนอง สองมือของเสิ่นจิ้งก็ยังลูบไล้ไปทั่วตัวของเฉินหยาง พร้อมกับพูดว่า "เอาฉันสิ... เอาฉันสิ..."
แวบเดียวก็เกือบจะเกิดเรื่องฟืนไฟลุกไหม้เฉินหยางรีบผลักหญิงเมาคนนี้ออกห่าง
เขาไม่กล้าหลับนอนกับผู้หญิงคนนี้จริง ๆ!
ถ้าเกิดว่า หลังจากสร่างเมาขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้กลับฟ้องว่าเขาข่มขืน ล่ะก็จะทำยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ที่เธอยอมให้เขานอนด้วย ก็ไม่ใช่เพราะอะไรเลย นอกจากใช้เขาเป็นเครื่องมือระบาย เพื่อแก้แค้นสามีที่นอกใจของเธอ
เมื่อคิดดังนั้น เฉินหยางจึงไม่แตะต้องเธออีก
เสิ่นจิ้งเมาจนไม่ได้สติ
นาทีที่ถูกเฉินหยางผลักออก เธอก็นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบเช่นนั้น
ห้องรกรุงรัง เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้น
เดิมทีเฉินหยางต้องการจะรีบออกไปจากที่อันมีแต่เรื่องวุ่นวายนี่ให้เร็วที่สุด แต่ว่าถ้าผู้หญิงคนนี้เมาแล้วลื่นล้มโดนเศษกระจกบาดได้รับบาดเจ็บขึ้นมา ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่
มองดูเธอแวบหนึ่ง ในที่สุดเฉินหยางก็ถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วอุ้มเธอขึ้นมาวางบนเตียง จากนั้นก็หยิบผ้าห่มมาคลุมให้เธอ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เฉินหยางถึงได้ออกจากห้องไป
เมื่อเดินออกจากวิลล่า เฉินหยางยังคงรู้สึกเคลิบเคลิ้มเล็กน้อย
คิดไม่ถึงเลยว่า ที่แท้ชีวิตของคนรวย ก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่จินตนาการไว้เลยสักนิด
ส่ายหน้าอย่างจนใจ เฉินหยางกลับไปยังป้อมยามประจำการ
ภายในป้อมยาม เพื่อนร่วมงานก็เลิกงานกันไปแล้ว ดังนั้นเฉินหยางก็เปลี่ยนชุดเลิกงานกลับเหมือนกัน
เมื่อขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามือสองของตัวเองออกมาจากหมู่บ้านจัดสรรหลีวาน เฉินหยางก็เตรียมจะโทรศัพท์หาแฟนสาวของตัวเอง
แฟนสาวของเฉินหยางชื่อ หวังชาชา ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัทค้าต่างประเทศแห่งหนึ่ง
เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของเฉินหยาง
ปีนั้นตอนที่เฉินหยางอยู่มหาวิทยาลัย เพราะความเป็นหนุ่มที่มีพรสวรรค์ หน้าตาหล่อเหลา อีกทั้งยังเป็นกัปตันทีมบาสเกตบอล หวังชาชาจึงตามจีบเขามาตลอด
เมื่อคิดถึงหวังชาชา อยู่ ๆ เฉินหยางก็นึกถึงคำถามหนึ่งที่แม่ม่ายสาวรวยเสิ่นจิ้งถามเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนได้
เธอถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแฟนสาวดีหรือเปล่า?
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามนี้ อันที่จริงเฉินหยางก็ปิดบังอะไรไว้บ้าง
เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหวังชาชานั้น ไม่ได้ดีอะไรนัก
หลายปีที่คบกันมา เฉินหยางไม่เพียงเอาใจใส่เธอในทุกรายละเอียด แต่เขายังให้สมุดบัญชีธนาคารทั้งหมดอยู่ที่เธอด้วย
แต่หวังชาชาไม่เคยยอมให้เฉินหยางแตะต้องตัวเธอเลยตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ แม้กระทั่งจูบก็ไม่มี
ตามคำพูดของเธอคือ เธอเป็นหญิงแบบดั้งเดิม จึงต้องรอให้ถึงวันแต่งงานก่อน ถึงจะเข้าหอร่วมกับเฉินหยางได้
เฉินหยางก็เคยขอเธอแต่งงาน
แต่หว่างชาชากลับพูดว่า แม้แต่บ้านสักหลังก็ไม่มี? จะแต่งงานได้ยังไงกัน!
เงิน! เงิน! เงิน!
เงินน่ะมันคือสิ่งเลวร้าย แต่มีใครบ้างที่จะไม่ชอบมัน?
เมื่อนึกถึงเรื่องทั้งหมดนี้ เฉินหยางก็ถอนหายใจหนึ่งทีก่อน แล้วกดโทรหาแฟนสาวของเขา
เมื่อต่อโทรศัพท์ออกไป แต่อีกฝ่ายกลับวางสายไปตรง ๆ
เฉินหยางจึงโทรไปอีกครั้ง
แต่อีกฝ่ายก็ยังวางสายโดยตรงอีก
ติดต่อกัน 5-6 ครั้ง สุดท้ายโทรศัพท์ของอีกฝ่ายถึงกับปิดเครื่องไปเลย
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เฉินหยางงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"ซาซาคงกำลังยุ่งอยู่หรือเปล่านะ?"
"แต่เวลานี้ ปกติเธอน่าจะเลิกงานแล้วไม่ใช่หรือ?"
เมื่อส่ายหน้าไปมา สุดท้ายเฉินหยางก็ไม่ได้คิดมากอีก
เขาขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามือสองของตัวเอง กลับไปยังห้องเช่าเพื่อรอแฟนสาว
เฉินหยางพักอยู่ในย่านชานเมือง
บ้านเป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอน เช่าอยู่
ภายใต้เสาไฟริมถนนที่ส่องสว่างวูบไหว
เฉินหยางมองดูเวลาในโทรศัพท์มือถือไปพลาง ขมวดคิ้วไปพลาง
ตามปกติแล้ว แฟนสาวของเขาส่วนมากจะเลิกงานตอนห้าโมงกว่า ๆ ทั้งนั้น แต่วันนี้ทำไมถึงเกือบสามทุ่มแล้วยังไม่กลับบ้านอีก?
และสถานการณ์เช่นนี้ก็เป็นต่อเนื่องมาได้สี่ห้าวันแล้ว
ขณะที่เฉินหยางกำลังเตรียมจะโทรหาแฟนสาวอีกครั้งเพื่อถามไถ่ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจากไกล ๆ
เมื่อมาถึงตึกที่เฉินหยางพักอยู่ รถบีเอ็มดับเบิลยูคันนั้นก็หยุดลง จากนั้น ร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่งก็ก้าวลงมาจากรถ
ร่างอรชรนั้นแต่งตัวสวยสะดุดตา
ถือกระเป๋าสตรีใบหนึ่ง
กระโปรงพลีทรัดรูปใต้กระโปรงคือเรียวขาที่ยาวสวย
เธอคือแฟนสาวของเฉินหยาง หวังชาชา นั่นเอง
เมื่อมองเห็นแฟนสาวของตัวเองลงมาจากรถบีเอ็ม เฉินหยางก็อึ้งไปชั่วขณะ เพิ่งจะอ้าปากเรียกเธอ อยู่ ๆ ชายวัยกลางคนหัวโล้นผู้มีใบหน้ามันเยิ้มคนหนึ่งในรถ ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเฉินหยาง
มองเห็นชายชราผู้นั้นส่งจูบให้หวิงชาชาไปพลาง โบกมือไปพลาง
ส่วนหวังชาชาล่ะ?
เมื่อเห็นจูบบินของชายชราแล้ว เธอก็ส่งจูบบินตอบกลับไปเช่นกัน
ตูม!
ภาพเหตุการณ์นั้นเมื่อตกลงในดวงตาของเฉินหยางแล้ว เขาก็ถึงกับนิ่งอึ้งอยู่ที่นั่นทันที
"แฟนสาวของตัวเอง ถึงขั้นส่งจูบบินกับชายชราได้อย่างไรกัน?"
"หรือว่าเธอจะนอกใจไปแล้ว?"