จั้นหลานระวังตัวไปทั่วทุกทาง ทว่าก็ยังมิอาจต้านทานสตรีผู้ไร้กำลังวังชาอย่างหลี่ซื่อได้
ถึงขั้นที่ว่าหากนางมุโหธ อารมณ์พลุ่งพล่านเพียงใดก็อาจลงมือสังหารจั้นเสวี่ยโหรวและหลี่ซื่อได้ในทันที
แต่หากนางทำเช่นนั้นจริง คนในตระกูลจั้นก็จะไม่มีทางให้อภัยผู้ที่สังหารเด็กที่นางเลี้ยงดูมาเนิ่นนานหลายปีเป็นอันขาด
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อตายแล้วย่อมไร้หลักฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดมิมีสิ่งใดยิ่งหย่อนไปกว่า
บัดนี้จนใจจำต้องยอมรับความจริง และปล่อยให้สองแม่ลูกผู้นั้นมีชีวิตอยู่อีกสักระยะ
สักวันหนึ่ง นางจะให้หลี่ซื่อและจั้นเสวี่ยโหรวสองแม่ลูก ได้ลิ้มลองความทุกข์ทรมานที่ตนเองเคยได้รับในชาติก่อนจนหมดสิ้น จึงจะนับได้ว่าเป็นการแก้แค้น
ยิ่งพวกนางได้รับมากเพียงใดในยามนี้ ยามที่สูญเสียในอนาคตก็จะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น
จั้นหลานมองไปทางเสี่ยวเถากล่าวว่า "เจ้าจงไปเถิด จงจำไว้ สิ่งที่ข้ากล่าวกับเจ้าเมื่อครู่ อย่าได้บอกหลี่ซื่อเป็นอันขาด จงดูแลนางเยี่ยงที่ผ่านมาอย่างดีที่สุดก็พอ หากนางถามถึงเรื่องของข้า เจ้าก็จงตอบว่าไม่รู้ไม่ชี้เสียทุกเรื่อง!"
จั้นหลานหยิบเงินก้อนหนึ่งยื่นให้เสี่ยวเถา พลางยิ้มกล่าวว่า "เสี่ยวเถา ช่วงนี้เจ้าลำบากแล้ว เอาเงินไปซื้อของอร่อย ๆ ทานเถิด"
เสี่ยวเถารับเงินมาด้วยความดีใจ พยักหน้ารับอย่างจริงจัง "คุณหนูวางใจได้เลย เพียงใดข้าก็จะปิดปากเงียบมิยอมเอ่ยวาจาแม้สักคำ"
อันที่จริงเสี่ยวเถาก็สัมผัสได้ว่าจั้นหลานกับหลี่ซื่อไม่ถูกกัน แต่ทว่านางเข้าข้างจั้นหลาน เพราะหลี่ซื่อเป็นคนเจ้าเล่ห์หยาบคาย รู้จักปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นไรก็มิเคยดี
