ซือจวินจงใจให้รถม้าของจวนอ๋องเว่ยวิ่งไปบนถนนสายหลัก และยังแกล้งม้วนม่านรถขึ้นเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเขาอยู่ในรถ
หากจั้นหลานเกิดเหตุหายสาบสูญ ซือจวินก็จะได้อ้างว่าตนรีบกลับจวนอ๋องเพื่อสร้างหลักฐานว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ
เขาจะแอบทรมานจั้นหลานไว้สักระยะหนึ่ง พอเขาขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ค่อยใช้ชีวิตของจั้นหลานมาข่มขู่มู่เหยียนให้ถอยออกจากพระราชวังทอง!
หลังจากเฮยอวี่จากไป เขาก็คิดคำนวณเวลา ประเมินว่าภายในหนึ่งเค่อ เฮยอวี่คงนำตัวจั้นหลานมาถึงคุกใต้ดินของเขาได้แล้ว
เขาจะฉีกเนื้อทำลายกายจั้นหลาน ทรมานนางให้สาสม และทำให้มู่เหยียนรู้ความจริงแล้วทั้งชีวิตมิเป็นสุข!
แต่เพิ่งจะออกเดินทางไปได้ครึ่งทาง โรคหอบของเขาก็กำเริบขึ้นมาเสียแล้ว
ลำคอของเขาแห้งคันขึ้นมาอย่างฉับพลัน แล้วเริ่มไอทีละน้อย ต่อมาอาการก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจของเขาถี่รัวขึ้น
เหล่านายทหารองครักษ์ตกใจยิ่งนัก สองปีกว่าแล้วที่ฝ่าบาทมิได้มีอาการโรคหอบกำเริบบ่อยๆ เหตุใดจึงกลับมาเป็นอีก?
ซือจวินจะไปรู้ได้อย่างไรว่า จั้นหลานให้เสวี่ยหลิงเอ๋อร์ช่วยปรุงยาผงชนิดหนึ่งที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น แต่เมื่อสูดเข้าไปในปอดจะทำให้โรคหอบกำเริบได้
ยาผงชนิดนี้สกัดมาจากดอกไม้สมุนไพรหายากห้าชนิด ล้วนติดอยู่ที่มือและแขนเสื้อของจั้นหลาน
และฝ่ามือที่ฟาดลงไปนั้นก็ทำให้ซือจวินสูดเอาผงพิษเข้าไปอย่างจัง
"เร็ว...รีบไปตามหมอหลวงมา!" ซือจวินหน้าตาแดงก่ำ นัยน์ตาเบิกโพลง ปอดแทบจะไอจนหลุดออกมา
หลังจากหนึ่งเค่อ ซือจวินก็กลับมายังจวนอ๋อง นอนอยู่บนเตียงไออย่างรุนแรง ถึงกับไอเป็นเลือดออกมา
