พวกเขาต่างพากันหวาดผวาจนสันหลังเย็นเยียบ แทบจะกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่อยู่ ต่างคนต่างคลานกระเสือกกระสนไปที่หน้าห้องของซือจวิน แล้วร้องตะโกนว่า "ฝ่าบาท เรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ซือจวินเพิ่งจะหลับตาลงได้ไม่นาน พอได้ยินเสียงทหารยามตะโกนก็บันดาลโทสะพลางด่าทอว่า "ตะโกนอะไรกัน!"
"ฝ่าบาท...เชิญฝ่าบาทเสด็จออกมาทอดพระเนตรเองเถิดพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารยามพูดตะกุกตะกัก
ซือจวินสวมเสื้อคลุมตัวนอก สีพระพักตร์เหี้ยมเกรียมยิ่งนักแล้วลุกจากเตียง เขาคิดในใจว่าหากทหารองครักษ์กล้ารบกวนเขาด้วยเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ เขาจะฟันมันให้ตายคามือ!
เขาผลักประตูออกไป แล้วเดินตามทหารองครักษ์ออกไปข้างนอกด้วยกัน
ยังไม่ทันจะถึงประตูจวนอ๋องเว่ย เขาก็ได้กลิ่นคาวเลือดโชยตลบ
ฝีเท้าของซือจวินเริ่มหนักอึ้งลงเรื่อย ๆ ประกอบกับเฮยอวี่และบรรดาองครักษ์พลีชีพที่ยังไม่หวนกลับมา ทำให้ในห้วงความคิดของเขาปรากฏลางร้ายบางอย่างขึ้นมา
จนกระทั่งทหารองครักษ์ยกคบเพลิงขึ้นส่องสว่าง ประตูใหญ่ของจวนอ๋องเว่ยก็ปรากฏแก่สายตา
ซือจวินเห็นภาพตรงหน้า ขนทั่วกายพลันลุกชัน ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง โลหิตร้อนผ่าวพลุ่งพล่านขึ้นสู่เบื้องบน จู่ ๆ ก็มีเสียง "อึก" ดังขึ้น ซือจวินพ่นโลหิตออกมาเป็นก้อนใหญ่
"ฝ่าบาท..." ทหารองครักษ์รีบเข้าไปพยุงซือจวินที่แทบจะทรุดฮวบลงกับพื้นเอาไว้ทันที
มือทั้งสองของซือจวินสั่นเทา ดวงตาสีแดงก่ำ ณ คานประตูหน้าจวนอ๋องเว่ย มีศพหลายร่างถูกแขวนด้วยเชือกป่านลอยแกว่งไกว นั่นคือเหล่าองครักษ์พลีชีพที่เขาส่งไปจับกุมจั้นหลานทั้งสิ้น
