หลังจากจั้นหลานขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ ตัวบางอย่างก็กลายเป็นหนึ่งในห้ารองแม่ทัพ
นอกจากเซวี่ยหลาง เฉินจื่อ เซี่ยอวี่ หลิวฉว่าง แล้ว เซียวเฉินก็กลายเป็นหนึ่งในห้ารองแม่ทพด้วยเช่นกัน
ผ่านศึกใหญ่สามครั้ง จั้นหลานที่เข้าใจกลศึกของเย่ซิวหานเป็นอย่างดี ชนะถึงสามครั้ง
ศึกครั้งที่สี่ เย่ซิวหานเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เคยใช้ ชนะจั้นหลานไปครั้งหนึ่ง
แต่โดยรวมแล้ว ฝ่ายหนานจิ้นยังคงได้เปรียบอยู่
ฮ่องเต้เซวียนอู่ที่เฝ้าติดตามเรื่องนี้ในเมืองติ้งอันอย่างใกล้ชิด ทรงได้ยินข่าวชัยชนะสามครั้งแรกท่ามกลางความประชวร ทรงพระเกษมสำราญยิ่งนัก
จั้นหลานสามารถรบกับเป่ยเย่ โดยสังหารทหารฝ่ายศัตรูถึงสี่หมื่นนาย ด้วยความสูญเสียที่เล็กน้อยอย่างยิ่ง
ยามนี้ กองทัพที่จั้นหลานนำมีทหารสองแสนนาย ส่วนเป่ยเย่มีหนึ่งแสนแปดหมื่นนาย
ฮ่องเต้เซวียนอู่ทรงรู้สึกว่าสายพระเนตรในตอนนั้นของพระองค์นั้นดีจริง ๆ ถึงได้มีแม่ทัพหญิงอย่างจั้นหลานเกิดขึ้นมาได้
แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาของการศึก ต่อให้มีศึกที่พ่ายแพ้บ้าง พระองค์ก็เปี่ยมด้วยศรัทธาในตัวจั้นหลาน
สตรีนางนี้เป็นดั่งมีดคมเล่มหนึ่ง วางไว้ที่ใดก็สามารถข่มขวัญได้ทั้งนั้น
ฮ่องเต้เซวียนอู่ทรงฮึกเหิมในพระทัย รู้สึกว่าอาการประชวรของสองปีมานี้ดีขึ้นมากแล้ว
เพื่อเป็นการหนุนใจจั้นหลานให้ช่วยพระองค์รวบรวมเป่ยเย่ต่อไป จึงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งจั้นหลานเป็นแม่ทัพใหญ่เสี่ยวหย่ง ทรงพระราชทานทองคำหนึ่งหมื่นตำลึง และพระราชทานนามกองทัพว่า เสี่ยวหย่งจวิน
หลังจากจั้นหลานรับพระราชโองการแล้ว แววตาก็เป็นประกาย เริ่มจากนาทีนี้เป็นต้นไป นางถือว่ามีอำนาจทหารอย่างแท้จริงแล้ว
