“จั้นหลาน เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นฮองเฮา เป็นแม่ทัพจั้นหวงผู้เกรียงไกรหรือ ตอนนี้เจ้าก็เป็นแค่นักโทษประหารเท่านั้น!”
เหมันต์ ลมหนาวเสียดแทงกระดูกพัดผ่านหน้าต่างที่พังเข้าไปในคุกสวรรค์ที่ชื้นแฉะและเน่าเหม็น
จั้นหลานสวมชุดนักโทษ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ถูกตัดเอ็นมือเอ็นเท้า ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ขึ้นสนิมสองเส้นอย่างน่าอนาถ
นางเป็นบุตรบุญธรรมของจวนแม่ทัพแห่งแคว้นหนานจิ้น อาศัยความดีความชอบจากการรบ แต่งงานกับองค์ชายสี่จวิน ผู้เป็นองค์ชายที่ไร้ความโปรดปรานที่สุด ช่วยเขาก้าวขึ้นครองบัลลังก์เป็นฮ่องเต้ และออกรบด้วยตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดินให้เขา
หลังจากสังหารศัตรูกลับมา ในตำหนักคุนหนิงของนาง นางได้เห็นกับตาว่าสามีที่ไม่เคยแตะต้องนาง กำลังพลอดรักกับจั้นเสวี่ยโหรว บุตรสาวสายตรงของจวนแม่ทัพอย่างเมามัน
ต่อมา รองแม่ทัพของนางถูกจับกุม นางเองก็ถูกใส่ความว่ากบฏ และถูกจองจำในคุกสวรรค์
จั้นเสวี่ยโหรว ฮองเฮาองค์ใหม่ผู้สวมอาภรณ์งดงาม ใบหน้าผุดผ่อง นางเดินเข้ามาอย่างอ่อนโยน กริชเย็นเยียบในมือกรีดผ่านใบหน้าของจั้นหลาน
ท่ามกลางเสียงครางด้วยความเจ็บปวดของจั้นหลาน จั้นเสวี่ยโหรวกระซิบข้างหูนางว่า “สามีของเจ้า พี่หญิงช่วยเจ้าหลับนอนให้แล้ว ปีนั้นฝ่าบาททรงพระประชวร ไม่ยอมเข้าหอกับเจ้า ความจริงแล้ว...”
จั้นเสวี่ยโหรวปิดปากหัวเราะ “เราสองคนคลอเคลียกันทุกคืนจนสว่าง ฝ่าบาททรงติดหนึบนักหนา น่าเสียดายที่เจ้ามีรูปโฉมงดงามยิ่ง แต่ไม่รู้หลักที่ว่าสตรีแต่งกายเพื่อผู้ที่ชื่นชมตน”
จั้นเสวี่ยโหรวตบเบา ๆ ที่ใบหน้าของจั้นหลานที่ผิวหยาบกร้านเพราะถูกลมทรายชายแดน
นางยิ้มยั่วยวน กล่าวต่อไปด้วยเสียงต่ำว่า “เห็นว่าอีกไม่นานเจ้าจะตาย พี่หญิงจะบอกความลับให้อีกเรื่องหนึ่ง เจ้าต่างหากคือบุตรสาวสายตรงที่แท้จริงของจวนแม่ทัพ แม่บังเกิดเกล้าของข้าคือท่านแม่ที่เจ้าทำดีด้วยอย่างสุดชีวิตมากว่ายี่สิบปี ท่านแม่หลี่!”
“ตำแหน่งบุตรสาวสายตรง ความรักเหลือล้นจากบิดามารดาของเจ้า ช่างไม่เลวเลย!”
ภายใต้สีหน้าตกตะลึงของจั้นหลาน ใบหน้าของจั้นเสวี่ยโหรวเต็มไปด้วยความลำพองใจ “ยังมีอีก ข้ากับสาขารองและท่านน้าหลี่ผู้เป็นอนุภรรยาได้กำจัดญาติทรยศเพื่อความถูกต้อง ปู่ บิดามารดา พี่ใหญ่และน้องเล็กของเจ้า ต่างก็ได้ที่ไปอันดีแล้ว...”
จั้นหลานฟังจั้นเสวี่ยโหรวเล่าถึงจุดจบอันน่าเวทนาของครอบครัวนางทีละเรื่อง นางโกรธแค้นคว้ากำปั้นแน่น แต่กลับไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ร่างกายสั่นเทาราวกับใบไม้ในสายลมฤดูใบไม้ร่วง
นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าจั้นเสวี่ยโหรวที่ปกติอ่อนแอดั่งบุปผา จะสลับโชคชะตากับนางตั้งแต่วันที่เกิด!
ส่วนมารดาผู้ให้กำเนิดที่นางสาบานจะปกป้องชั่วชีวิต กลับเป็นของปลอม จั้นหลานกัดมือที่จั้นเสวี่ยโหรวยื่นเข้ามาอย่างแรง ด้วยความเคียดแค้นท่วมท้น
“หญิงชั่ว!” จั้นเสวี่ยโหรวชักมือกลับทันที เลือดไหลทะลักจากบาดแผลที่นิ้วในพริบตา
มุมปากของจั้นหลานเปื้อนเลือด กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายในลำคอของนาง
“หยุดนะ! โหรวเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นไรนะ!” สตรีผู้หนึ่งซึ่งเดิมทีรู้สึกผิดอยู่บ้าง และไม่คิดจะปรากฏตัว เดินเร็ว ๆ เข้ามาในคุก
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าจับมือของจั้นเสวี่ยโหรว ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย
จั้นหลานตะลึงงัน นั่นคือมารดาที่นางเรียกขานมายี่สิบเอ็ดปี ท่านแม่หลี่
นั่นคือสีหน้าห่วงใยที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน
หากไม่ใช่เพราะพวกเขาใช้ชีวิตของท่านแม่หลี่มาข่มขู่ นางก็คงไม่ยอมจำนนหลังจากที่เอาชนะทหารองครักษ์ได้นับร้อยคน
แต่ตอนนี้นางเพิ่งรู้ว่าชาติกำเนิดของนางนั้น เป็นแผนร้ายมาตั้งแต่แรก!
หลี่ซื่อไม่กล้าสบตาของจั้นหลานที่ราวกับสัตว์ร้ายจ้าวไพร นางเอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “โหรวเอ๋อร์ร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก ข้าเพียงต้องการให้ร่างกายนางได้รับการดูแลที่ดี อีกอย่าง สามีของข้าตายในสนามรบเพื่อปกป้องบิดาของเจ้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรได้รับ!”
เมื่อกล่าวประโยคนี้ เอวของหลี่ซื่อก็ยืดตรงขึ้นเล็กน้อย สีหน้ารู้สึกผิดพลันหายวับไป
“เจ้าอย่าโทษข้ากับโหรวเอ๋อร์ อนุภรรยาหลี่และสมาชิกสามคนในครอบครัวนาง รวมถึงสาขารองของตระกูล ก็ได้รับรางวัลความดีความชอบจากฝ่าบาทแล้ว เจ้าไม่ลองคิดดูหรือว่าเพราะเหตุใด!”
จั้นหลานได้ยินประโยคนี้ของหลี่ซื่อ ร่างกายพลันราวกับถูกสูบจนว่างเปล่า
พวกเขาร่วมมือกัน!
ไม่แปลกใจเลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลี่ซื่อปฏิบัติต่อนางด้วยความห่างเหินและใจร้าย
“พวกหลอกลวง น่าขยะแขยง!” โซ่ตรวนที่แขนของจั้นหลานดังเคร้งคร้าง แต่มือเท้าของนางไม่รู้สึกถึงเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย กระอักเลือดออกมา
นางถูกวางยาพิษ!
เมื่อครู่ ในคุกสวรรค์นางได้ดื่มน้ำที่องครักษ์หญิงคนสนิทยกมาให้ ไม่ใช่ มันคือยาพิษ
ยามนี้พิษออกฤทธิ์แล้ว เมื่อหมดอำนาจ สาวใช้ชิงเหลียนก็หันไปสวามิภักดิ์จั้นเสวี่ยโหรว
จั้นหลานต้องทนทุกข์ทรมาณ อาบเลือดเป็นหงส์ สมบุกสมบันจนได้มาเป็นแม่ทัพจั้นหวงในใจของราษฎร เป็นฮองเฮาจั้น
แต่สุดท้ายครอบครัวถูกทำร้าย ทุกสิ่งที่ควรเป็นของนาง ล้วนกลายเป็นเพียงภาพลวงตา
จั้นเสวี่ยโหรวก้มมองนิ้วที่บาดเจ็บ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาต “ท่านแม่ จะพูดมากกับนางทำไม ฝ่าบาททรงพระเมตตา วางยาพิษให้นางตายนั้นง่ายเกินไปแล้ว สู้ทำให้นางเป็น ‘เหรินจื้อ’ เสีย ทรมานทุกวันดีกว่า”
“ฝ่าบาทเสด็จ!” เสียงแหลมดั่งไก่ขันดังขึ้น จั้นเสวี่ยโหรวเปลี่ยนเป็นท่าทางเหมือนถูกผู้อื่นรังแกทันที
ซือจวินทรงฉลองพระองค์มังกรสีทอง ยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ กระทบดวงตาของจั้นหลานจนแสบ
บุรุษผู้นั้นเห็นมือที่บาดเจ็บของจั้นเสวี่ยโหรวและคราบเลือดที่มุมปากของจั้นหลานแต่แรกเห็น เขาก้าวเข้ามาบีบคอของจั้นหลานไว้ด้วยความโกรธ “เจ้ากล้าทำร้ายโหรวเอ๋อร์!”
“ฝ่าบาท อย่าโกรธเลยเพคะ ล้วนเป็นความผิดของโหรวเอง ไม่ว่าจะอย่างไรก็เคยเป็นพี่น้องกัน น้องสาวกำลังโกรธที่ข้าแย่งตำแหน่งของนางไป” เสียงของจั้นเสวี่ยโหรวอ่อนหวานดั่งปุยฝ้าย
มือของซือจวินเพิ่มแรงบีบ จั้นหลานไออย่างแรงสองครั้ง เงยหน้ามองเห็นซือจวินจ้องนางด้วยความรังเกียจ กล่าวว่า “เจ้าไม่เคยคู่ควรเป็นฮองเฮาเลย หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานสมรส ข้าก็คงไม่แต่งกับบุตรบุญธรรม!”
นี่คือความอัปยศของเขา
เขาเป็นลูกนอกสมรสของฮ่องเต้เซวียนอู่ ส่วนจั้นหลานก็เป็นเพียงบุตรบุญธรรมของจวนแม่ทัพ ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงดูถูกเขาถึงเพียงนั้น
ถึงกับยกสตรีที่มีฐานะต่ำทรามเช่นนี้ให้เขา!
จั้นหลานหัวเราะเยาะ “ไอ้หมาฮ่องเต้ลูกนอกสมรส สุดท้ายเจ้าก็ได้แต่งกับบุตรบุญธรรมฐานะต่ำต้อยนั่นแหละ!”
ใบหน้าของซือจวินถลึงลงทันที โชคดีที่ใต้หล้าไม่รู้ว่าจั้นเสวี่ยโหรวต่างหากที่เป็นบุตรบุญธรรม
ซือจวินยิ้มเหยียดหยาม ถ้อยคำต่อมาราวกับมีดแหลมทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของจั้นหลาน “เซียวเฉิน หลี่ซุ่ย หวงกุ่น ศพของพวกเขาตอนนี้แขวนอยู่บนกำแพงเมืองพร้อมกับบิดาของเจ้า”
“ไอ้สัตว์!” ดวงตาทั้งคู่ของจั้นหลานแดงก่ำ เจตนาสังหารและโทสะพลุ่งพล่านอยู่ในใจนาง
นางมองไปที่หอกสงคราม ‘อู๋หมิง’ ที่ถูกคนทิ้งไว้ข้างพื้นด้วยความไม่ใยดี แค้นใจอยากจะฆ่าไอ้คู่ชั่วชายหญิงนี่เดี๋ยวนี้!
ซือจวินมองนางอย่างเย็นชา เตะปัดหอกสงครามออก เกิดเสียงดังกราว หอกสงครามกลิ้งไปตกอยู่ใต้เท้าของจั้นหลาน
“จั้นหวง? ราษฎรยังนับถือเจ้าอยู่จริง ๆ เหอะ แต่เจ้ายังยกหอกสงครามนั่นขึ้นได้อีกหรือ? ในเมื่อเคยเป็นสามีภรรยากัน จะประทานยาพิษให้ ทิ้งศพไว้ทั้งร่างก็แล้วกัน!”
ประตูเหล็กมีเสียงดังเอี๊ยด ถูกใครบางคนผลักเข้ามาอีกครั้ง ซือจวินชะงัก เมื่อเห็นผู้มาเยือน เขากล่าวอย่างนอบน้อมว่า “อ๋องผู้สำเร็จราชการ ไฉนท่านจึงกลับมาแล้ว”
มู่เหยียนที่มาถึงด้วยความเหนื่อยล้า ไม่อาจปิดบังความหล่อเหลาคมคายและองอาจ หางตามีไฝดำเม็ดหนึ่ง ดูคล้ายภูตพรายและชั่วร้าย เขามองซือจวินด้วยแววตาเย็นชา เสียงทุ้มต่ำว่า “เรื่องเช่นนี้ ให้ข้าจัดการเอง จะเหมาะสมกว่า”
ซือจวินเกลียดท่าทางยโสไม่เห็นใครในสายตาแบบนี้ของมู่เหยียนที่สุด
แต่ราชกิจของเขายังไม่มั่นคง ยังต้องอาศัยมู่เหยียนข่มขวัญขุนนาง เขาจึงได้แต่กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “เชิญท่านอาเถอะ”
ซือจวินจูงมือของจั้นเสวี่ยโหรวจากไปด้วยกัน ภายในคุกเหลือเพียงมู่เหยียนกับจั้นหลานสองคน
จั้นหลานไม่เคยคิดเลยว่าอ๋องผู้สำเร็จราชการที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับนางเพียงไม่กี่ครั้งจะมาหานาง
ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปี มีอำนาจบารมีเข้มแข็ง ดุจฮ่องเต้ยิ่งกว่าซือจวินเสียอีก เพียงแค่ยืนอยู่ที่นั่นก็แผ่แรงกดดันอย่างรุนแรง
หรือว่าท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการผู้เปื้อนเลือดเต็มมือ จะมาจัดการนางด้วยตัวเอง?
แต่ว่า ยาพิษก็จะปลิดชีวิตนางในไม่ช้าแล้ว ยังจำเป็นอีกหรือ?