ชู่อินมองเห็นผู้ที่อยู่ในห้อง ก่อนจะหันกลับไปแลบลิ้นใส่จั้นหลานพร้อมพูดว่า "เหตุใดจึงเป็นเขาเล่า?"
จั้นหลานยิ้มจนตาหยี มองชู่อินที่หน้าแดงระเรื่อ แล้วกระซิบข้างหูว่า "พี่ชายของข้าแทบจะเป็นโรคคิดถึง พวกเจ้าคุยกันเถิด ข้าไปดูแลเจ้าตัวแสบทั้งสองก่อนนะ"
จั้นฮุยจับมือชู่อิน ยิ้มบาง ๆ ให้จั้นหลาน แล้วปิดประตูจากด้านใน
เมื่อครู่บนถนนสายใหญ่ จั้นหลานเห็นชู่อินเข้า จึงสั่งคนไปบอกจั้นฮุยให้แอบมาที่จวนของนาง
เพราะการพบกันแต่ละครั้งของทั้งคู่ช่างยากเย็นนัก ต้องระวังไม่ให้คนในตระกูลชู่เห็น และต้องระวังไม่ให้คนปากโป้งเห็นอีกด้วย
ในห้องที่มีเพียงสองคน สายตาทั้งคู่ประสานกัน จั้นฮุยโอบกอดชู่อินไว้
ชู่อินใช้กำปั้นทุบลงบนอกที่กำยำของเขา "เหตุใดเจ้าถึงไม่มาหาข้าเสียที!"
จั้นฮุยกุมมือนางไว้ กระซิบข้างหูแผ่วเบา "ข้าคิดถึงเจ้า"
ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดข้างหูชู่อิน ทำให้รู้สึกคันยุบยิบ นางเขินอายจนผลักเขาออก ก้มหน้าแล้วเอื้อมไปจับมือจั้นฮุย แต่กลับตกใจที่พบว่ามือของเขามีรอยด้านเพิ่มขึ้นมากมาย
"มือของเจ้าเป็นอะไรหรือ?" ชู่อินถามด้วยความเป็นห่วง
จั้นฮุยยิ้มเม้มริมฝีปาก กอดเอวนางไว้ มองดวงตากลมโตที่ชุ่มฉ่ำของชู่อินแล้วพูดว่า "ช่วงนี้ข้าติดตามท่านปู่ฝึกวิชาพุ่งทวนอยู่"
"อ้อ!" ชู่อินใช้ปลายนิ้วลูบคลำรอยด้านบนฝ่ามือของจั้นฮุยอย่างว่านอนสอนง่าย
"อินเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้โกรธข้าเลยที่ข้าไปหาเจ้าเพียงครึ่งเดือนครั้ง ชายชาติทหาร หากไม่เสริมสร้างความสามารถของตน ภายหน้าจะปกป้องเจ้าได้อย่างไรกัน" สายตาจั้นฮุยจดจ่อเป็นประกาย
