เด็กสาวถูกเข็นมาที่เตียงริมในห้องผู้ป่วยวิกฤต ตอนนั้นยังหายใจหอบลึก
การหายใจแบบนั้นมันแปลก
ไม่ใช่เหนื่อยหอบธรรมดาหลังวิ่ง หรือร้องไห้สะอึกสะอื้น
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกทุกครั้ง ทรวงอกกระเพื่อมแรง เหมือนร่างกายกำลังพยายามขับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นออกไป
พยาบาลจ้าวเอาเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วมาให้ “ขอมือหน่อย”
เพื่อนของหญิงสาวคอยอธิบายอยู่ข้าง ๆ “เธอชื่อสวี่ม่าน อายุ 22 ปี ใกล้สอบ ป.โท เครียดหนักมาก เมื่อกี้อยู่ห้องสมุดบอกว่าใจสั่นมือชา พวกเรานึกว่าเธอหายใจเร็วเกินไป”
ซุนจื้อเฉียงถาม “มีประวัติเบาหวานไหม”
เพื่อนส่ายหน้า “ไม่มีนะ เธอผอมจะตาย”
หลินเย่นั่งยองข้างเตียง “สวี่ม่าน ได้ยินไหม ช่วงนี้หิวน้ำมากเป็นพิเศษหรือเปล่า”
หญิงสาวพยักหน้าฝืน ๆ “ดื่มน้ำ… ตลอดเลย…”
“ปัสสาวะบ่อยไหม”
“อือ… กลางคืนลุกบ่อย”
“ปวดท้องไหม”
มือเธอค่อย ๆ กดลงที่ท้องส่วนบน “ปวด อยากอ้วก”
พยาบาลจ้าวเหลือบมองเครื่องวัดน้ำตาล น้ำเสียงเปลี่ยนไป
“HI วัดไม่ออก เกินค่าสูงสุด”
ในห้องผู้ป่วยวิกฤตหลายคนขยับตัวพร้อมกัน
ซุนจื้อเฉียงขึ้นเสียง “เปิดหลอดเลือด ตรวจพลังเลือด เกลือแร่ การทำงานของไต คีโตนในเลือด คีโตนในปัสสาวะ เริ่มให้สารน้ำก่อน แจ้งแผนกต่อมไร้ท่อ”
หน้าเพื่อนของหญิงสาวซีดเผือด “น้ำตาลสูง เธอเป็นเบาหวานจริง ๆ เหรอ”
หลินเย่ไม่ได้ฟันธงเต็มที่ “ตอนนี้สงสัยภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนในเบาหวานอย่างมาก ที่เธอหายใจเร็ว อาจไม่ใช่เพราะวิตกกังวล แต่เป็นร่างกายพยายามชดเชยภาวะเลือดเป็นกรด”
เพื่อนอึ้งไป “เลือดเป็นกรดแล้วจะเป็นยังไง”
